7 ชุมชนอุบลฯ ลั่นพร้อมเกิดทีวีชุมชน หวั่นเพียงกสทช.ไม่เปิดกว้างให้ใบอนุญาต

สื่อสร้างสุขอุบลร่วมกับ 7 ชุมชนนำร่องใน 3 จังหวัด อุบลฯ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ สรุปบทเรียนเตรียมพร้อมทีวีชุมชนในรอบ 6 เดือน  ลั่นพร้อมเป็นเจ้าของทีวีชุมชน หวั่นเพียงกสทช.ไม่เปิดกว้าง ให้ใบอนุญาต

วันที่ 19 พ.ย. 2557 ณ ห้องทับทิมสยาม 4 โรงแรมสุนีย์แกรนด์ มูลนิธิสื่อสร้างสุขจัดประชุมสรุปบทเรียนเตรียมความพร้อมทีวีดิจิตอลชุมชน กับ 7 ชุมชนนำร่องใน 3 จังหวัด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ได้แก่ ชุมชนเทศบาลตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ,ชุมชนเทศบาลตำบลธาตุ อำเภอวารินชำราบ,ชุมชนเทศบาลนครอุบลราชธานี,ชุมชนองค์การบริหารส่วนตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูลมังสาหาร,เครือข่ายพลเมืองส่งเสริมธรรมภิบาลตำบลแจระแม ตำบลหนองขอน,กลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมกวย ตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ,เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ  และภาคประชาสังคมในจังหวัดอุบลราชธานี รวมผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน เพื่อสรุปบทเรียนการเตรียมพร้อมทีวีดิจิตอลชุมชนในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาพร้อมหาแนวทางการทำงานในอนาคตก่อนยื่นแสดงเจตจำนงขอใบอนุญาตจากกสทช.

นายสุชัย เจริญมุขยนันท เลขาธิการมูลนิธิสื่อสร้างสุข ได้นำเสนอผลการทำงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาหลังจากได้ชวนคนอุบลฯมาร่วมให้ความเห็นในหัวข้อทีวีชุมชนที่คนอุบลฯอยากเห็นในวันที่ 30 เมษายน 2557  ทีมงานได้ลงพื้นที่ทำงานกับ 7 ชุมชนนำร่อง โดยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการชุมชนละ 2 วัน เพื่อค้นหาข้อมูลพื้นฐานของชุมชน เช่น  ข้อมูลการรับชมทีวี การใช้สื่อ social media ปัญหาและสิ่งดีๆในชุมชน รวมทั้งการให้ความรู้เรื่องทีวีดิจิตอลชุมชน เทคนิคการผลิตสื่อ การเขียนบท ถ่ายทำ ตัดต่อ และให้ชุมชนฝึกปฏิบัติผลิตชิ้นงานสื่อ จากนั้นนำผลงานมาฉายร่วมกันเพื่อให้วิทยากรได้ให้ข้อเสนอแนะ ก่อนปรับแก้และเผยแพร่สู่สาธารณะ โดยการทำงานมีมูลนิธิสื่อสร้างสุขเป็นกองเลขานุการ ผ่านมติของคณะกรรมการทีวีดิจิตอลชุมชน ที่คัดเลือกจากตัวแทนภาคส่วนต่างๆ จำนวน 8 ท่าน

ผลการระดมความคิดเห็นของตัวแทน 7 ชุมชน ในหัวข้อบทเรียนการทำงานที่ผ่านมา ผลที่เกิดขึ้น เพื่อมองอนาคตร่วมกันว่าทำให้เกิดทีวีดิจิตอลชุมชนได้อย่างไร  การทำงานส่งผลให้ชุมชนตื่นตัวลุกขึ้นมาสื่อสารเรื่องราวของตนเอง เรื่องราวของชุมชนถูกเผยแพร่สู่สาธารณะมากขึ้น ชุมชนมีความรู้มีศักยภาพผลิตสื่อ เกิดทีมผลิตสื่อที่เป็นเด็กเยาวชน ปัญหาหลายอย่างในชุมชนถูกแก้เมื่อมีการใช้สื่อเป็นเครื่องมือ ชุมชนมีความพร้อมที่จะเป็นเจ้าของทีวีชุมชน ข้อเสนอและสิ่งที่ต้องทำร่วมกันคือ การจัดอบรมเพื่อขยายเครือข่ายนักสื่อสารชุมชนให้ครอบคลุมทุกอำเภอ การสนับสนุนอุปกรณ์ผลิตสื่อให้กับชุมชน การจัดตั้งศูนย์ประสานงานทีวีชุมชนในพื้นที่  การร่วมกันรณรงค์ เคลื่อนไหวเพื่อผลักดันกฎหมายหรือส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจรับรู้และเข้าใจแนวคิดการทำทีวีชุมชน เป็นต้น

นอกจากนี้มีการให้ข้อคิดเห็นต่อการทำงานในอนาคต ในหัวข้อ “ข้อเสนอ รูปแบบสื่อภาคประชาชนที่อยากเห็น” จากวิทยากร 3 ท่าน  ซึ่งอาจารย์ธีระพล อันมัย อาจารย์ประจำหลักสูตรนิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่าสิทธิการสื่อสารคือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ที่ผ่านมามีบทเรียนวิทยุชุมชนพบว่าคนที่ทำ คือผู้สูงอายุ ที่มีเวลา มีต้นทุนชีวิตและประสบการณ์ คนหนุ่มสาวหายไปในระบบการศึกษา การงาน โลกส่วนตัว  การทำงานทั้ง 7 พื้นที่ร่วมกับนักเรียนเป็นโอกาสที่ดีที่จะดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมสร้างทีวีชุมชน นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆอีกเช่น เงินทุน อุปกรณ์ และเนื้อหาหลักที่ต้องนำเสนอคือสิทธิชุมชน และการนำเสนอความจริงให้รอบด้าน

นายสุชัย เจริญมุขยนันท นำเสนอรูปแบบการผลิตสื่อของชุมชนร่วมกับทีมงานสื่อสร้างสุขในรูปแบบต่างๆ เช่น ข่าว สารคดี รายการโทรทัศน์ การโฟนอินผ่านโทรศัพท์ นำเสนอผ่านช่องทีวีออนไลน์ www.sangsook.net หรือช่วงนักข่าวพลเมืองของไทยพีบีเอส เพื่อฝึกการทำสื่อก่อนได้ใบอนุญาตจาก กสทช.ให้ออกอากาศช่องทีวีดิจิตอลชุมชน

อาจารย์นพพร พันธุ์เพ็ง ประธานคณะกรรมการทีวีดิจิตอลชุมชน  กล่าวว่าพลังของทีวีชุมชนจะช่วยปลุกคนที่หลับไหลให้ลุกขึ้นมาเชื่อมั่นในพลังของตนเอง  เพราะทีวีช่องนี้ชุมชนเข้ามาเป็นเจ้าของ ทั้งเนื้อหาและกระบวนการผลิต

“ส่วนตัวเชื่อมั่นว่ามูลนิธิสื่อสร้างสุขและเครือข่ายสามารถผลักดันให้เกิดทีวีชุมชนได้ แม้จะต้องจัดการเรื่องทุนและการบริหารจัดการ ซึ่งต้องไปศึกษาดูงานจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทย เช่น ประเทศออสเตรเลีย ที่มีทีวีชุมชนมาเกือบ 20 ปี แต่สิ่งที่เป็นห่วงในตอนนี้คือกสทช.จะใจกว้างพอที่จะให้ใบอนุญาตหรือไม่”  อาจารย์นพพร กล่าวทิ้งท้าย

โดยโครงการเตรียมความพร้อมทีวีดิจิตอลชุมชน ดำเนินงานโดยมูลนิธิสื่อสร้างสุข ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการสะพานเสิรมสร้างประชาธิปไตย องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา หรือ USAID