กรมควบคุมโรคพยากรณ์ปีนี้จะมีนักเรียนป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกมากกว่าทุกปี แนะก่อนเปิดเทอมเตรียมโรงเรียนเพื่อลดจำนวนนักเรียนป่วย

กรมควบคุมโรค ชี้ปีนี้มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมากกว่าปีที่แล้ว 3.3 เท่า คาดว่าจะมีนักเรียนป่วยมากกว่าทุกปี จึงร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมโรงเรียนเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก ไข้หวัดและมือเท้าปาก ซึ่งจะมีช่วงระบาดพร้อมๆ กันในหน้าฝน
นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยเด็กนักเรียน เนื่องจากพยากรณ์โรคของกรมควบคุมโรคชี้ให้เห็นว่า เปิดเทอมเด็กนักเรียนจะป่วยเป็นโรค ไข้เลือดออก ไข้หวัด และโรคมือเท้าปากกันมาก จึงได้สั่งการให้กรมควบคุมโรค ประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนเปิดเทอม เพื่อลดจำนวนเด็กป่วยด้วยโรคดังกล่าว ให้ได้ และจากสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2556 พบผู้ป่วย 26,067 ราย เสียชีวิต 33 ราย อัตราป่วย 40.68 ต่อแสนประชากร ถ้าเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน มีผู้ป่วย 7,815 ราย เสียชีวิต 9 ราย อัตราป่วย 12.23 ต่อแสนประชากร ทำให้เห็นว่าปีนี้มีผู้ป่วยมากกว่าปีที่แล้ว 3.3 เท่า จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับโรคไข้เลือดออกเป็นพิเศษ
ด้าน ดร.นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการ ในการลดจำนวนเด็กนักเรียนป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก มาเป็นประจำทุกปี โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดทำคู่มือนักเรียนระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาเพื่อให้ครูและนักเรียนได้ร่วมกันป้องกันควบคุมโรคในโรงเรียนร่วมกัน สำหรับปีนี้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ จะดำเนินงานเชิงรุกร่วมกันคือ การเตรียมโรงเรียนเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัด และโรคมือเท้าปาก ตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดเทอม โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ให้เกียรติกรมควบคุมโรคร่วมบรรยายให้ความรู้ เรื่อง เปิดเทอมใหม่เด็กไทยปลอดภัยจากโรคติดต่อ แก่ผู้บริหารการศึกษาในการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศ ต่อไป

การเตรียมโรงเรียนเพื่อป้องกันโรคดังกล่าว โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก และไข้หวัดมีคำแนะนำ ดังนี้ 1.ก่อนเปิดภาคเรียนควรมีการกำจัดขยะและภาชนะเหลือใช้ที่จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น กระป๋อง ยางรถยนต์ กล่องโฟม 2.ควรมีการขัดทำความสะอาดภาชนะที่จะใช้บรรจุน้ำ เช่น แท๊งค์เก็บน้ำใช้ แจกัน ถาดรองน้ำตู้เย็น ซึ่งอาจมีไข่ลูกน้ำยุงลายเกาะอยู่ 3.ภาชนะบรรจุน้ำขนาดเล็ก เช่น ขารองตู้ ควรใส่สารที่สามารถฆ่าลูกน้ำยุงลาย เช่น เกลือ น้ำส้มสายชู 4.กำจัดยุงตัวเต็มวัย โดยใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำ หรือกับดังยุง ฆ่ายุง 5.ทำความสะอาดพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อย เช่น ลูกปิดประตู ราวบันได แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการแพร่เชื้อจากมือเด็กป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ไปยังเด็กอื่นๆ 6.จัดหาเจลล้างมือวางในจุดที่มีการใช้งานร่วมกัน เช่น ห้องเรียนรวม หน้าลิฟท์ ลูกบิด ประตู 7.ควรมีการคัดกรองหรือการวัดไข้เด็ก หากพบว่าเด็กนักเรียนมีไข้ร่วมกับไอหรือเจ็บคอให้สวมหน้ากากอนามัย แต่หากมีเพียงอาการไข้อย่างเดียว และให้สงสัยว่าอาจเป็นไข้เลือดออก ควรแนะนำให้ทายากันยุงเพื่อลดการแพร่เชื้อจากผู้ป่วยไปสู่ยุงและยุงไปกัดเด็กคนอื่น 8.จัดตั้งและสร้างกลุ่มเด็กอาสาสมัครเพื่อดำเนินการสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำ และแจ้งการป่วยของเพื่อนนักเรียน 9.ควรปลูกต้นตระไคร้หอม เพื่อนำไปใช้สำหรับป้องกันยุงในห้องเรียน 10.จัดเตรียมความรู้ให้ครูอนามัย เรื่องไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าปาก

“การเตรียมโรงเรียนเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัด และโรคมือเท้าปาก ควรทำแต่เนิ่นๆ เป็นการเตรียมพร้อมโรงเรียนก่อนเปิดเทอม และควรทำให้ต่อเนื่องในระหว่างเปิดภาคเรียน เนื่องจากมีข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา พบว่า โรคดังกล่าวจะระบาดสูงสูดใน 3 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มิถุนายนและกรกฎาคม และมักพบมากที่สุดในเด็กวัยเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา หากไม่เตรียมการล่วงหน้าเด็กนักเรียนจะถูกยุงกัดและป่วยเป็นไข้เลือดออก ถ้ามีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข โทร 1422” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวปิดท้าย

ข้อความสำคัญ  “เตรียมโรงเรียนเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก ไข้หวัดและมือเท้าปาก

กรมควบคุมโรค โดย สคร.7 รู้ก่อน รู้ทัน ป้องกันได้                                                                                                                           

ศุภวัจน์  ศรีสูงเนิน / ข่าว

ศิริวรรณ ชุมนุม  ตรวจ/อนุมัติ