ส.ส.อุบลฯนำ 42 ส.ส.เร่งพรบ.นิรโทษกรรม 18 เมย.ลั่นเป็นตายร้ายดีก็ต้องเสนอ อ้างรับไฟเขียวจากผู้ใหญ่แล้ว

กลุ่ม ’42 ส.ส.’ ชี้ได้ไฟเขียว เตรียมเร่งวาระร่างนิรโทษกรรม

สมคิด เชื้อคง แกนนำกลุ่ม 42 ส.ส. เพื่อไทยที่เสนอร่างนิรโทษกรรม ระบุจะใช้เอกสิทธิ์เลื่อนวาระดังกล่าวขึ้นมาพิจารณา คาดน่าจะผ่านได้ในการประชุมสภา 18 เม.ย. นี้

14 เม.ย. 56 – เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่า นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่ม 42 ส.ส.ที่เสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภา กล่าวว่า ในวันที่ 18 เม.ย.ที่มีการนัดประชุมสภา เป็นตายร้ายดีอย่างไร พวกตนจะใช้เอกสิทธิ์เสนอให้เลื่อนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาแน่ เพราะได้รับสัญญาณมาแล้วจากผู้หลักผู้ใหญ่ อาจจะต้องชวนส.ส.มาเล่นเกมวัดใจในสภา ใครไม่โหวตก็เป็นสิทธิ

แต่ตนเห็นว่าทุกวันนี้คนทุกสีเสื้อยังเดือดร้อน ต้องช่วยเขา อย่าไปกลัวการต่อต้านอะไร เพราะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วไม่ว่าทำเรื่องใดๆ ก็จะมีอยู่ตลอด ตนมั่นใจว่าการเสนอให้เลื่อนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมครั้งนี้จะผ่าน เพราะจนถึงขณะนี้พบว่าสัญญาณ 80% เป็นไปในทางบวก

ในวันเดียวกัน เว็บไซต์ข่าวสดรายงานว่า นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีส.ส.พรรคเพื่อไทยจะใช้เอกสิทธิ์ส.ส.เสนอเลื่อนวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมขึ้นมาพิจารณาในสภาวันที่ 18 เม.ย.นี้ ว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคล ในฐานะหัวหน้าพรรคคงไม่ยับยั้ง เพราะพรรคเพื่อไทยขับเคลื่อนเรื่องนี้มานานแล้ว เพื่อให้เกิดความยุติธรรมขึ้นในประเทศ ที่ถูกดำเนินการด้วยกฎหมายสองมาตรฐานมาเกือบ 6 ปีแล้ว ตั้งแต่รัฐประหาร 19 ก.ย. 49 ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างกติกาของกฎหมาย ทั้งนี้ ยอมรับว่าการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมอาจทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น ก็ต้องยอม เพื่อให้ได้ข้อยุติเรื่องความยุติธรรม

“เราคงไม่หยุดยั้ง เป็นการเดินหน้าของพรรคเพื่อไทยที่ต้องหาความยุติธรรม และอย่าติดยึดพิธีกรรม ใช้ทางใดก็ได้ และความยุติธรรมต้องไม่มีสองมาตรฐาน เราทนและยอมให้ถูกกระทำต่างๆ นานา ตั้งแต่เกิดรัฐประหารปี 49 ครั้งนี้ที่ส.ส.ใช้เอกสิทธิ์เสนอ อย่าไปมองว่าจะวุ่นวาย ต้องมาแก้กติกากันใหม่แก้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ให้ประชาชนมีส่วนกำหนดกติกาในฐานะเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ เรายอมให้ผู้มาจากคณะปฎิวัติเป็นผู้แต่งตั้งคนนั้นคนนี้มาเล่นงาน 6 ปีแล้ว เป็นฝ่ายอื่นจะยอมให้ข่มขืนต่ออีกหรือไม่ หากสถานการณ์การเมืองจะร้อนก็ร้อนไป จะได้จบๆ ไปเสียที แต่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางกติกาของบ้านเมืองนี้ในฐานะเป็นเจ้าของประเทศ” นายจารุพงศ์ กล่าว

ด้านนายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เตรียมใช้เอกสิทธิ์ส.ส.เสนอเลื่อนระเบียบวาระร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า ไม่เห็นด้วย เพราะเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ใช่มุ่งเน้นการปรองดอง แต่นำไปสู่ความขัดแย้ง และที่สำคัญการปรองดองไม่ได้เกิดจากการออกกฎหมาย ต้องเกิดจากการทำความเข้าใจ ขณะนี้การค้นหาความจริงและความยุติธรรมยังไม่เกิด เอาแค่ว่าสิ่งที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดงได้ประกาศ สอดคล้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ที่มีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง หรือแม้แต่การโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณในหลายครั้ง ซึ่งต้องทำความจริงให้ปรากฎ ดังนั้น ถ้ามานิรโทษกรรมก็จะเกิดความขัดแย้งขึ้นมา แล้วกระบวนการรับโทษต้องเกิดขึ้นก่อน ถึงจะนิรโทษกรรมได้ และต้องเขียนให้ชัดว่านิรโทษกรรมให้ใคร กลุ่มใด

เมื่อถามว่า มองการดำเนินการครั้งนี้ของพรรคเพื่อไทยจะสำเร็จหรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า เขาชนะมา 2 เรื่องแล้ว ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการกู้เงิน 2 ล้านล้าน ดังนั้น ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและรัฐบาลจึงย่ามใจ โดยลืมเรื่องอื่นหมด ทั้งความสงบ และเรื่องของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา ระบบทักษิณกำลังฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง แบบประเภทสร้างความหายนะให้กับประเทศมากกว่าเดิม เพราะพ.ต.ท.ทักษิณได้รับบทเรียนและรู้นิสัยคนไทยว่าลืมง่าย ซึ่งก็ต้องดูว่าเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ เพราะฝ่ายค้านเราเสียงข้างน้อย สู้ไม่ได้ โหวตในสภาก็แพ้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือให้ความรู้กับประชาชน

ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับดังกล่าว เสนอโดยกลุ่มส.ส. พรรคเพื่อไทยนำโดยนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ โดยจะนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ระหว่างวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2554 แต่ ไม่รวมถึงการกระทำใดๆ ของบรรดาผู้ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจ หรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงระยะเวลาดังกล่าว

ที่มา: เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ, ข่าวสด

ประชาไท

ภาพ :  http://asianpacificnews.com/news4/wp-content/uploads/2013/04/Somkid.jpg