สสค.เตรียมความพร้อมอุบลราชธานีสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

สสค.เตรียมความพร้อมอุบลราชธานีสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
สสค.ร่วมกับมูลนิธิร่มฉัตร ยกอุบลราชธานี จังหวัดต้นแบบสู่การเตรียมความพร้อมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ชี้เป็นประตูภาคอีสานสู่ลาว-เวียดนาม-กัมพูชา ขณะที่ชุมชนพิบูลมังสาหาร เดินหน้าเรียนภาษาเวียดนาม เล็งพัฒนาจุดแข็ง “การค้า-การท่องเที่ยว”

วันนี้ ( 20 มี.ค.) ที่ร.ร.เทศบาล 2 พิบูลวิทยาคาร จ.อุบลราชธานี สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)ร่วมกับมูลนิธิร่มฉัตรจัดการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อม “จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดต้นแบบสู่การเตรียมความพร้อมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ในรูปแบบศูนย์ศึกษาอาเซียนภาคอีสาน โดยดึงพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม หลังจากเตรียมความพร้อมในภาคเหนือ จ.เชียงราย ภาคกลาง จ.สมุทรสาคร และภาคใต้ จ.สงขลา โดยมีนายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายอำเภอพิบูลมังสาหาร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ภาคการศึกษา และภาคชุมชนเข้าร่วมประชุม

พระธรรมภาวนาวิกรม ประธานมูลนิธิร่มฉัตร เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมว่า การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้าจะเกิดขึ้นหรือไม่อยู่ที่ภาษาในการสื่อสาร โดยอาเซียนกำหนดให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสาร แต่กลับพบว่าประเทศไทยมีการเรียนภาษาอังกฤษมานานว่า100ปี จนถึงขณะนี้เด็กจบป.ตรี ยังไม่สามารถอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษได้ และมีแนวโน้มเลื่อนการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนออกไป จากปี 2558 เป็นปี 2559เพราะไทยขาดความพร้อม จึงมองว่าการเรียนรู้ภาษาเพื่อนบ้านเพื่อใช้ติดต่อสื่อสารและการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านจะเป็นสิ่งสำคัญและทำได้จริง

พระธรรมภาวนาวิกรม กล่าวว่า ขณะนี้พบว่ามีองค์กรหลายแห่ง เช่น โรงเรียน อบต.โรงพักได้เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ยังต่างคนต่างทำ จึงอยากให้เป็นการทำงานร่วมกันในรูปแบบของ “บวร” นั่นคือ บ้านหรือชุมชน วัดหรือองค์กรทางศาสนา ซึ่งจะเชื่อมโยงกับมิติทางสังคมและวัฒนธรรม และโรงเรียนหรือรัฐ โดยเริ่มจากชุมชนหรือตำบล ที่ทำงานร่วมกันในการเตรียมความพร้อม จากนั้นจึงขยายผลสู่อำเภอ และขยับขึ้นเป็นจังหวัด ดังนั้น ใน 1 ตำบล ทั้งบ้าน วัด โรงเรียนหรือรัฐควรหารือร่วมกันว่าอะไรคือจุดแข็งหรือจุดขายของชุมชน ซึ่งจ.อุบลราชธานี มีจุดแข็งคือ วัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับลาวที่สามารถสื่อสารอย่างเป็นวิถีชีวิต และหากวางแผนในระยะยาวคือการเชื่อมต่อกับเวียดนาม และกัมพูชา จะทำให้จ.อุบลราชธานี เป็นประตูสำคัญในภาคอีสาน สถานศึกษาจึงควรเป็นแหล่งฝึกภาษาประเทศเพื่อนบ้านให้กับเยาวชนและคนในชุมชนเพื่อใช้ติดต่อสื่อสารและเพื่อการค้า

นายสุทธินันท์ บุญมี กล่าวว่า จ.อุบลราชธานี เป็นจังหวัดที่ติดกับประเทศลาวและกัมพูชา จึงเกิดความร่วมมือในด้านการค้าและการท่องเที่ยว โดยลาวต้องการให้ไทยมาลงทุนภาคการเกษตร การค้า และความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติด จึงถือเป็นโอกาสดีที่จ.อุบลราชธานี ได้รับการคัดเลือกให้เป็นจังหวัดต้นแบบเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยนำรูปแบบการจัดการชุมชนของวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร หรือที่รู้จักกันคือ ชุมชนเยาวราช ที่มีการจัดการชุมชนในรูปแบบของบวรโมเดล โดยดึงพลังความร่วมมือของบ้าน วัด โรงเรียนและภาคราชการ รวมถึงทฤษฎีเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนามาเป็นตัวอย่างที่จะนำมาใช้ในจังหวัด โดยเริ่มจากชุมชนเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ซึ่งจะมีการส่งเสริมความรู้เรื่องอาเซียนและการสอนภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้อุบลราชธานี ยังเป็นจังหวัดที่มีวัดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ถ้าคณะสงค์ร่วมมือกับหมู่บ้านและภาคราชการ เชื่อว่าในอีก 2 ปีของการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จ.อุบลราชธานี จะเป็นจังหวัดที่มีการเตรียมพร้อมทั้งการค้า การเมือง และเศรษฐกิจ

นายณรงค์ศักดิ์ โกศัลวัฒน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานีกล่าวว่า พิบูลมังสาหารเป็นอำเภอหน้าด่านสู่อาเซียนถึง 3ประเทศ ทั้งลาว เขมร และเวียดนาม ในการเตรียมความพร้อมของคนในชุมชนพิบูลมังสาหารจะมีการเปิดสอนภาษาเวียดนาม เพื่อติดต่อทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งอ.พิบูลมังสาหาร มีแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่ออย่างแก่งสะพือ และใกล้กับแหล่งอารยธรรมโขงเจียมจึงมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอาเซียนจำนวนมาก ทำให้ต้องส่งเสริมให้คนในชุมชนและเยาวชนมีความรู้เรื่องภาษาควบคู่กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและการค้าซึ่งเป็นจุดขายของชุมชน

ข่าว , ภาพ  :  เดลินิวส์