นักวิชาการกระเทาะเปลือกนโยบายหาเสียงนายกนครอุบลราชธานี

อุบลราชธานี – นักวิชาการร่วมสื่อมวลชนวิเคราะห์นโยบายผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี มองเป็นมิติใหม่ปรับโฉมเมือง แต่ติงมองนโยบายพื้นฐานการรักษาความสะอาด ทั้งขยะ น้ำเสีย กลับไม่ใครนำเสนอ ด้านประชาชนเสนอผู้บริหารต้องฟังความเห็นจากชุมชน หวังให้โครงการพัฒนาตรงกับความต้องการมากที่สุด

วันนี้ (18 มี.ค.56) ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรยูเสด ประเทศไทย ร่วมกับนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน และการปกครองส่วนท้องถิ่น จัดเวทีวิเคราะห์นโยบายผู้สมัครนายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุบลราชธานี ซึ่งกำหนดลงคะแนนเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคมศกนี้

ซึ่งได้รับความสนใจมีประชาชนในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลนคร อุบลราชธานีให้ความสนใจเข้ารับฟังจำนวนมาก นายกมล หอมกลิ่น ผู้ดำเนินรายการระบุว่า ตั้งใจเชิญผู้สมัครที่คาดว่าได้รับเลือกตั้ง 2 คน ประกอบด้วยผู้สมัครหมายเลข 1 น.ส.สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ และผู้สมัครหมายเลข 2 นางรจนา กัลป์ตินันท์ มาชี้แจงนโยบายหาเสียงด้วยตนเอง แต่ผู้สมัครทั้ง 2 ไม่สะดวก

จึงเหลือแต่นักวิชาการ 2 คน คือนายนพพร พันธ์เพ็ง นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน และนายสุเชาว์ มีหนองหว้า อาจารย์สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มาวิเคราะห์นโยบายหาเสียงของผู้สมัคร โดยก่อนเริ่มรายการมีการฉายวีทีอาร์ นำเสนอนโยบายของผู้สมัครทั้ง 2 รายให้ประชาชนได้ชม

ชี้ขนส่งระบบรางทำยาก เหตุงบจำกัด

นายนพพร พันธ์เพ็ง นักวิชาการและสื่อมวลชนอิสระ กล่าวถึงนโยบายหาเสียงผู้สมัครหมายเลข 1 น.ส.สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ และเสนอเรื่องแปลกใหม่ ซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าของเมืองไปจากเดิม อาทิ การนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน รถรับส่งนักเรียนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจพัฒนาชุมชนแต่ละแห่ง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ศักยภาพของนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ทำได้ทันที เพราะใช้งบประมาณไม่มาก

แต่สำหรับข้อเสนอทำขนส่งมวลชนระบบราง โดยทำรถรางเชื่อมระหว่างเทศบาลเมืองวารินชำราบและเทศบาลนครอุบลราชธานี นักวิชาการรายนี้ระบุว่า เป็นเรื่องยาก เพราะเทศบาลนครอุบลราชธานี มีงบประมาณและรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพียงปีละ 500 ล้านบาท โดย 60%เป็นงบใช้จ่ายประจำ จึงเหลือเพียงร้อยละ 40 ที่จะนำมาใช้พัฒนา

หากผู้สมัครคนนี้ มีผู้หนุนหลังเข้มแข็ง ก็อาจทำได้ แต่ไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ทำได้ในระบบขนส่งมวลชนคือ ทำรถเมล์ประจำทางให้ครอบคลุมพื้นที่ และจัดรถให้ออกตรงเวลา จะช่วยแก้ปัญหาในการเดินทางของประชาชน ลดการซื้อรถจักรยานยนต์มาวิ่งบนท้องถนน

ส่วนนโยบายของผู้สมัครหมายเลข 2 นางรจนา กัลป์ตินันท์ อดีตนายก 2 สมัย ซึ่งใช้สโลแกนขอสานงานเก่า ต่องานใหม่ จึงเป็นผู้สมัครที่มีผลงาน ทั้งการปรับโฉมหน้าตลาดใหญ่ การทำสวนสาธารณะห้วยวังนองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และเสนองานใหม่คือการทำสะพานเชื่อมระหว่างเมืองวารินชำราบกับเทศบาลนคร อุบลราชธานีอีกหลายจุด

การเสนอนโยบายและการหาเสียง จึงเป็นการแสดงผลงานเก่าไม่มีอะไรใหม่ และการใช้คำว่า “เทศบาลนครไม่ใช่ที่ทดลองงาน” ก็สะท้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีก่อนที่คุณรจนา ได้รับเลือกตั้งเข้ามา เพราะคนในเทศบาลนครอุบลราชธานีต้องการทดลองงานคนใหม่ แต่การพัฒนาเมืองที่ผ่านมา คุณรจนาไม่ฟังเสียงชาวชุมชน เพราะคิดว่าทำก่อนแล้วจะไม่ได้รับการต่อต้าน จึงเป็นจุดอ่อนที่ไม่ให้ชุมชนร่วมตัดสินใจ

นักวิชาการรายนี้ยังเสนอว่า สิ่งสำคัญในการพัฒนาเมืองคือ ต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เป็นเมืองสีเขียวมีความร่มรื่น เป็นเมืองสะอาด เป็นเมืองแห่งความปลอดภัยในการจราจร และทรัพย์สิน ใครทำได้ตามนี้ จะเป็นนายกไปได้อีกนาน

ขณะที่นายสุเชาว์ มีหนองหว้า อาจารย์สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี กล่าวถึงการเลือกตั้งเทศบาลนครอุบลราชธานี ไม่ต่างจากการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เพราะมีพรรคการเมืองหนุนหลังผู้สมัครทั้ง 2 ฝ่าย จึงไม่ต้องสงสัยเรื่องใครเป็นนอมินีใคร

แต่ถ้ามองนโยบายหาเสียงของผู้สมัครหมายเลข 1 น.ส.สมปรารถนา เรื่องทำรถราง ขณะนี้ยังเป็นความฝัน เพราะถนนที่มีอยู่ไม่เพียงพอให้รถแล่น แต่การเสนอขยายพื้นที่รองรับการขยายตัวของโรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ หรือการทำทางยกระดับข้ามสี่แยกดงอู่ผึ้งเป็นเรื่องดีที่คนมาเป็นผู้บริหาร ต้องคิด เหมือนการบริหารเมืองใหญ่ เช่นนครขอนแก่น นครอุดรธานี ซึ่งปัจจุบันพัฒนาเมืองรุดหน้าไปไกลกว่านครอุบลราชธานีมาก

ผู้สมัครเมินนโยบายพื้นฐานจัดการขยะ น้ำเสีย

แต่สิ่งที่ผู้สมัครทั้งสองฝ่ายไม่นำเสนอเลยคือ การรับมือกับปัญหาขยะ และน้ำเน่าเสีย เพราะอนาคตเมืองขยายตัวมาก จะมีปัญหาเรื่องความสะอาด ต้องเตรียมรับสถานการณ์ด้านนี้ไว้ก่อน รวมทั้งมองว่าการบริหารงานให้ประสบความสำเร็จ ผู้บริหารต้องประสานชุมชนไม่ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเทศบาลกับชุมชน และคำนึงถึงเรื่องปากท้องของคนในชุมชน

“ยอมรับว่าในส่วนของผู้สมัครหมายเลข 2 นางรจนา กัลป์ตินันท์ อดีตนายก 2 สมัย มีผลงานให้เห็นมาก่อน แต่สำหรับผู้สมัครหน้าใหม่อย่างหมายเลข 1 น.ส.สมปรารถนา มีโครงการใหม่ๆน่าสนใจในการนำเสนอนโยบายหาเสียงมากกว่า”

ขณะเดียวกันผู้เข้าร่วมรับฟังได้เสนอความเห็น ต้องการให้ผู้บริหารคนใหม่รับฟังความเห็นจากชุมชน ก่อนจะนำโครงการพัฒนาต่างๆเข้ามา เพื่อให้ตรงกับความต้องการของชุมชน ให้แก้ปัญหาจราจรในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้าและเย็น จัดพื้นที่สีเขียวคืนความร่มรื่นตามถนนและชุมชน ดูแลความสะอาดพื้นที่สาธารณะ และรักษาความปลอดภัยในชุมชน

สำหรับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุบลราชธานี มีผู้สมัครทั้งสิ้น 4 คน แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งเทศบาลนครอุบลราชธานี ตัดสิทธิไม่รับสมัครผู้สมัครหมายเลข 3 น.ส.นิธิยาภักค์ ภคพลนิธนชัย เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปีที่ผ่านมา คาดว่าจะทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการไม่เกิน 18.00 น.วันที่ 24 มีนาคมนี้

ข่าว, ภาพ : ASTV

VTR : วิเคราะห์นโยบายผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครอุบลฯ56

ภาพเพิ่มเติม : http://www.sangsook.net/?p=8989