สื่อสร้างสุขอุบลฯระดมความคิดยุคบุญราคาแพง อย่าชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์ แนะพุทธบริษัทควรเข้าถึงธรรมะก่อนบริจาค

สื่อสร้างสุขอุบลฯระดมความคิดยุคบุญราคาแพง อย่าชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์ แนะพุทธบริษัทควรเข้าถึงธรรมะก่อนบริจาค

เมื่อวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ ชั้น G Citymall โรงแรมสุนีย์แกรนด์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี โดยโครงการสะพาน จากการสนับสนุนของ USAID จัดเสวนา “บุญราคาแพง ยุคพุทธพาณิชย์” มีนักวิชาการสายพุทธศาสนา ประกอบด้วย พระครูสุขุม วรรณโณภาส ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาคุณธรรมป่าดงใหญ่วังอ้อ อ.เขื่องใน พระนักเทศน์ นายสวิง บุญเจิม นักคิดนักเขียนด้านพุทธศาสนา ผศ.สุพิมล ศรศักดา รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี และนายกมล หอมกลิ่น เป็นผู้ดำเนินรายการ

นายกมล หอมกลิ่น ผู้ดำเนินการเสวนาเปิดวงถามนักวิชาการถึงกว่าจะได้บุญ ต้องแลกมาด้วยราคาแพงของยุคพุทธพาณิชย์ในปัจจุบัน พระครูสุขุมกล่าวว่า วัดปัจจุบันควรเป็นวัดเทศนาสั่งสอนให้คนศรัทธา ไม่ใช่วัดไหนบอกหวย จึงศรัทธา หรือวัดไหนมีการแสดงก็เห็นด้วย แต่ไม่มีผู้ศรัทธาที่เข้าถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนาที่พุทธเจ้าสั่งสอนไว้  จึงควรดึงวัดกลับเข้ามาสู่ระบบให้วัดเป็นที่พึ่งตั้งแต่เกิดถึงตาย คือ เมื่อมีลูกหลานเกิดก็นำลูกหลานมาให้พระตั้งชื่อเป็นมงคลให้ ป่วยพระก็ไปเทศนาโปรด ตายก็สวด เผาก็สวด จนถึงการทำบุญให้คนตายพระก็สวด จะทำให้ปัญหาพุทธพาณิชย์เบาบางลง เพราะชุมชนใกล้ชิดกับพระ และพระควรให้ธรรมะก่อนรับบริจาค ไม่ใช่บริจาคแล้วค่อยให้ประชาชนเข้าถึงธรรม

ด้านอาจารย์สวิง นักคิดนักเขียนด้านศาสนาเปรียญธรรม 9 ประโยค ซึ่งงานเขียนได้รับการแปลไปหลายภาษากล่าวว่า ที่จริงพุทธพาณิชย์มีตั้งแต่พุทธกาล เพราะมีพระออกจากป่าไปสร้างวัดอยู่ในเมืองย่านเศรษฐกิจ และไปสมคบกับญาติโยมหากิน ซึ่งเรื่องนี้เกิดในยุคของพระพุทธเจ้า แต่ท่านไม่สนับสนุน มาทุกวันนี้ พระยิ่งไม่กล้าพูดความจริง บางวัดได้จีวรมาทางหน้าวัด แล้วก็ขายออกไปทางหลังวัด พฤติกรรมแบบนี้ จะเรียกเป็นพุทธพาณิชย์ก็ได้แล้

หลายจังหวัดวัดลงทุนซื้อรถมาเร่แจกใบบอกบุญ ที่ร้ายหนักคือวัดในภาคกลางบอกกับชาวบ้านให้ทำทานมากๆ เพื่อจะได้บุญมากๆ จะมีโอกาสมั่งมีมากกว่าที่มีอยู่ ซึ่งมันเป็นกุศโลบายให้ทำบุญตั้งแต่วันเกิดไม่พอ ให้ทำบุญกับพระองค์โน้นองค์นี้ ทำให้ครบทั้งสัปดาห์ละ 7 วัน แบบนี้มันทำถูกหรือเปล่า ทั้งที่ความจริงบุญคือ การถือศีลภาวนา ให้ทานกับคนที่เดือดร้อนจริง และทำทานเท่ากำลังที่มีอยู่ ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านก็ได้สอนให้ทำอย่างนี้ ก็ได้บุญแล้ว

ด้าน ผศ.สุพิมล นักวิชาการจาก มจร.ระบุว่า ศรัทธาของคนมาจากความเชื่อมั่น ดังนั้นจึงมีการตั้งราคาให้พระในการนิมนต์ไปทำกิจของสงฆ์ ซึ่งพระเองก็เห็นด้วย จึงกลายเป็นศรัทธาแกว่งไม่มีหลักยึด แต่ไปเอาประเด็นเรื่องเล็กน้อยมายึดแทน ทุกวันนี้จึงมีการโปรโมทเชิญชวนให้ทำบุญสารพัดบุญ แต่ประชาชนที่เข้าใจหลักศาสนาก็รู้ว่า การทำเช่นนั้นมันไม่ใช่ พระสงฆ์ผู้ใหญ่ที่ปกครองต้องยึดพระธรรมวินัยติติงพระที่ทำไม่ถูก อุบาสกอุบาสิกาเห็นพระทำไม่ถูกก็มีสิทธิ์ไม่ให้การสนับสนุนเพราะพุทธศาสนาไม่ได้หนีไปไหน ยังคงอยู่กับพุทธบริษัททุกคน                    

นายไพบูลย์ จงสุวัฒน์ ญาติธรรมวัดหนองป่าพง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หัวใจของพุทธศาสนา บุญที่ดีที่สุดคือการปฎิบัติ การไม่ทำบาป การทำจิตให้ผ่องใส ทำความดีให้ถึงพร้อม พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนว่าบริจาคเงินมาก ๆ ถึงได้บุญมาก ทุกวันนี้นอกจากเราจะไม่ได้สอนให้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วยังสอนให้โลภมากขึ้น อยากได้ทางลัด อยากได้บุญก็เอาเงินไปซื้อซึ่งไม่ถูกต้อง

ผู้ชมชาวอโศกท่านหนึ่งกล่าวว่า บุญ หรือ ปุญญะ คือการชำระกิเลสไม่ใช่เพิ่มพูนกิเลสมากขึ้น ๆ อย่างนั้นไม่ใช่การทำบุญ ขณะที่ญาติธรรมวัดธรรมกายท่านหนึ่งให้ความเห็นกับผู้สื่อข่าวว่า ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้วทุกวันนี้ไม่เหมือนสมัยพุทธกาล ทุกอย่างต้องใช้เงิน เราจะมาปฏิเสธเงินไม่ได้ ทุนนิยมสมัยใหม่ต้องอาศัยทุนในการพัฒนาทุกด้านแม้แต่ศาสนา ถามว่าเมื่อไม่มีเงินจะสร้างอุโบสถ สร้างโบสถ์ สถานที่ปฏิธรรมได้อย่างไร ทุกวันนี้เราไม่ได้อยู่ตามเขาป่าถ้ำเหมือนเมื่อก่อน พุทธศาสนิกชนต้องปรับเปลี่ยนมุมมมองใหม่ 

การเสวนาครั้งนี้มีประชาชนสนใจเข้ารับฟังจำนวนมาก และสามารถรับชมภาพการเสวนาได้ทางสถานีเคเบิ้ลท้องถิ่นจ.อุบลราชธานี , http://www.sangsook.net หรือ APP สื่อสร้างสุข

VTR :  http://www.youtube.com/watch?v=TZOz18Vq50E&feature=youtu.be

ภาพเพิ่มเติม :  http://www.facebook.com/media/set/?set=a.3765815162176.118682.1780575492&type=3

พงษ์สันต์ เตชะเสน

สุชัย เจริญมุขยนันท