สสจ.อุบลฯเตือนประชาชนระวังโรคอาหารเป็นพิษจากการบริโภคเมล็ดสบู่ดำ

สสจ.อุบลฯเตือนประชาชนระวังโรคอาหารเป็นพิษจากการบริโภคเมล็ดสบู่ดำ

นายแพทย์สุรพร  ลอยหา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า เมล็ดสบู่ดำเป็นพืชน้ำมันชนิดหนึ่ง มีการปลูกมากทั่วทุกภาคของประเทศไทย เพราะสามารถสกัดน้ำมันจกเมล็ดสบู่ดำเพื่อนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซล ทดแทนน้ำมันดีเซล  มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ภาคเหนือเรียกว่ามะหุ่งฮั้ว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกว่ามะเยาหรือสีหลอด ภาคใต้เรียกว่ามาเคาะ   เมล็ดสบู่ดำมีสารพิษรุนแรงและเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ คือ Curcin, Cuecasin, Phytosterols, resinและสารในกลุ่ม Phorbol esters  ทำให้มีผลต่อระบบทางเดินอาหารและการหายใจ จึงมีการสกัดสารจากเมล็ดไปใช้ประโยชน์เพื่อเป็นสารชีวภาพกำจัดแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แต่หากนำมารับประทาน ภายหลังรับประทานเข้าไปประมาณ 30 – 60 นาที จะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเป็นเลือด รายที่มีอาการรุนแรง อาจมีอาการมือเท้าเกร็ง หายใจเร็ว หอบความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดปกติ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยอาการจะรุนแรงมากน้อยเพียงใดนั้น ขั้นอยู่กับปริมาณที่รับประทานเข้าไป

และจากรายงานพบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ จากการบริโภคเมล็ดเมล็ดสบู่ดำในประเทศไทยทุกปีโดยเฉพาะเด็กวัยเรียน ได้รับพิษจากเมล็ดสบู่ดำ และเหตุการณ์ล่าสุดมีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 24 คน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ดังนั้นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานีจึงขอแจ้งเตือนประชาชนเพื่อป้องกันควบคุมโรคพิษจากสบู่ดำ

ดังนี้ชุมชนหรือโรงเรียนที่ปลูกต้นสบู่ดำไว้ใช้ประโยชน์ หรือปลูกไว้สาธิต หรือปลูกไว้ประกอบการเรียนการสอน ต้องติดป้ายชื่อต้นไม้ไว้ พร้อมคำแนะนำว่าเป็นพืชมีพิษห้ามรับประทานเมล็ด เพราะจะทำให้เกิดอาการกระสับกระส่าย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน และขาดน้ำ ระวังน้ำยางสบู่ดำถูกผิวหนัง เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง บวมแดง ปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรง หากเข้าตาจะทำให้ตาอักเสบ อาจตาบอดชั่วคราวได้  นอกจากนั้นโรงเรียนควรล้อมรั้วไว้ให้มิดชิด เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียน เพราะเด็กเล็กอาจลองชิมเมล็ดสบู่ดำ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คุณครูและผู้ปกครอง ควรระมัดระวังและแนะนำเด็ก ห้ามนำเมล็ดสบู่ดำมารับประทานอย่างเด็ดขาด

 รสสุคนธ์  มณฑา  ข่าว/ส่งข่าว

 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี