เลขาธิการสปสช. ยืนยันสธ.ปรับระบบค่าบริการทางการแพทย์ไม่มีกระทบต่อคนไข้ระบบ 30 บาท

เลขาธิการสปสช. ยืนยันสธ.ปรับระบบค่าบริการทางการแพทย์ไม่มีกระทบต่อคนไข้ระบบ 30 บาท  

สปสช.ย้ำคนใช้สิทธิ 30 บาทไม่กระทบ  หลังสธ.ปรับค่าบริการทางการแพทย์ในหน่วยบริการ ทั้งรัฐและเอกชนที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ชี้การจัดสรรสะท้อนต้นทุนค่าบริการตามความเป็นจริง   

 3 กุมภาพันธ์ 2556 นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวถึงกรณีที่ กระทรวงสาธารณสุขปรับค่าบริการทางการแพทย์ ซึ่งในภาพรวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10-15 จากราคาเดิมนั้นว่า   การปรับค่าบริการในครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือ 30 บาทรักษาทุกโรคที่มีประชาชนมีสิทธิจำนวน 48 ล้านคน   เพราะสปสช.ได้ทำหน้าที่จัดสรรให้หน่วยบริการตามหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างต่อเนื่องและประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่จำเป็นได้อย่างเท่าเทียมกัน

ทั้งนี้ ในแต่ละปีรัฐบาลได้จัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัว ให้สปสช. โดยการคำนวณงบเหมาจ่ายรายหัวใช้หลักการวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขคำนวณจากข้อมูลต้นทุนของสถานพยาบาล เพื่อจัดสรรให้หน่วยบริการตามอัตราประชากรที่มาลงทะเบียนกับหน่วยบริการทั่วประเทศ     อย่างไรก็ตามสปสช. ได้กำหนดอัตราเพดานงบเหมาจ่ายรายหัวในอัตราการจ่ายแบบปลายปิดตามแนวทางงบเหมาจ่ายรายหัว  โดยการจัดสรรให้ผู้ป่วยนอกใช้ระบบเหมาจ่ายรายหัวโดยปรับตามโครงสร้างอายุประชากร ขณะที่การจ่ายแบบผู้ป่วยในนั้น ใช้ระบบเหมาจ่ายตามระบบดีอาร์จี (DRGs) หรือการวินิจฉัยตามกลุ่มโรค   ทั้งนี้ การให้สิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาล หากเป็นบริการที่อยู่นอกสิทธิประโยชน์ ซึ่งประชาชนต้องจ่ายค่าบริการเอง

“ระบบนี้ประชาชนไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง มีเพียงการร่วมจ่ายค่าบริการ 30 บาทในแต่ละครั้ง ซึ่งมีข้อยกเว้นในกลุ่มบุคคลที่ไม่ต้องร่วมจ่าย และประชาชนสามารถเลือกไม่จ่ายได้ ดังนั้นการปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลในครั้งนี้จึงไม่มีผลกระทบกับประชาชนอย่างแน่นอน และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลในรพ.หากมีข้อสงสัยใดๆประชาชนสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนสปสช.โทร. 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง” นพ.วินัยกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้รับงบประมาณเพื่อทำหน้าที่ดูแลหลักประกันสุขภาพให้ประชาชน เพื่อให้มีเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลในทุกโรค แต่มียกเว้นบางโรคที่ยังไม่ครอบคลุม เช่น การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมความงาม ภาวการณ์มีบุตรยาก เปลี่ยนตับในผู้ใหญ่ เป็นต้น

เลขาธิการสปสช.กล่าวว่า  กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีค่าใช้จ่ายให้กับหน่วยบริการตามต้นทุนบริการที่คำนวณมาจากการใช้ข้อมูลค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการที่เกิดขึ้นจริง ภายใต้เงื่อนไขการไม่รวมต้นทุนด้านค่าพัฒนาการบริการและไม่รวมค่าแรงที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายรัฐบาลตั้งแต่ปี 2554  ดังนั้นภาระเงินกองทุน จึงขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้บริการและต้นทุนจริงที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีผลกระทบต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจอื่น เช่นอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลเป็นปัจจัยสำคัญต่อค่าใช้จ่ายครัวเรือน และอาจจะมีผลต่อราคาสินค้าอื่น โดยอาจจะมีผลทางอ้อมต่อการขึ้นค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้านสุขภาพ

“จากการที่นายแพทย์ประดิษฐ  สินธวณรงค์  รมว.สธ.มีมาตรการต่างๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของหน่วยบริการในสังกัดทุกแห่ง ทั้งการต่อรองราคายา การกระจายและจัดบุคคลากรให้เหมาะสม รวมทั้งการจัดระบบการใช้ทรัพยากรร่วมกันในระดับจังหวัดและระดับเขต  ซึ่งจะเพิ่มการให้บริการได้ตามมาตรฐานมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนไทยทุกคนได้รับหลักประกันสุขภาพภาครัฐไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การเพิ่มอัตราค่าบริการครั้งนี้จึงไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน” นพ.วินัยกล่าว

ทั้งนี้  กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งงชาติมีประชาชนมีสิทธิ 48 ล้านคน โดยมีคนไข้นอกมาใช้บริการในหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติโดยเฉลี่ยปีที่ผ่านมา จำนวน 31 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ย  3.6 ล้านครั้งต่อคนต่อปี