224 ปีปัญหา – 13 นายกฯ – 16 รัฐบาล มหากาพย์รากหญ้า ‘ปากมูน’

‘24 ปีปัญหา – 13 นายกฯ – 16 รัฐบาล’ มหากาพย์รากหญ้า ‘ปากมูน’

ณ เวลานี้ คงไม่มีใครปฏิเสธถึงผลกระทบและความเดือดร้อนของชาวบ้านจากกรณีปัญหาเขื่อน ปากมูล  อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี แต่คำถาม คือ ช่วงเวลาที่ล่วงเลยมาจนเข้าสู่ปีที่ 24 นับจากการอนุมัติโครงการเมื่อปี 2532 ชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ ทำไมจึงยังต้องมาชุมนุมกันอยู่ แล้วที่ผ่านมาถึง 16 รัฐบาล ไม่มีผู้นำประเทศคนไหนแก้ปัญหาให้พวกเขาได้เลยจริงหรือ
ความเคลื่อนไหวล่าสุด จากการที่ชาวบ้านสมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูลจำนวนหลักร้อยร่วมกับขบวนการ ประชาชนเพื่อสังคมเป็นธรรม (ขปส.) หรือกลุ่ม Pmove ชุมนุมข้างทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23-25 ม.ค.56 ด้วยข้อร้องขอคือ ‘เปิดประตูเขื่อนถาวร และจ่ายเงินชดเชยให้ชาวบ้าน’
ชาวบ้านเดินทางกลับพร้อมชัยชนะในขั้นต้น หลังประชุมกับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนรัฐบาล
ข้อสรุปการพูดคุยคือ ให้ยกเลิกการศึกษาเพิ่มเติมของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จากมติ ครม.ของรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งชาวบ้านไม่ยอมรับในกระบวนการเก็บข้อมูล รวมถึงรายงานเบื้องต้นที่ สกว.รายงานไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหา แต่ยิ่งเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้น และมองว่ารัฐบาลพยายามซื้อเวลา
ที่ ผ่านมา งานวิจัยเรื่องปากมูลมีเยอะมาก แต่ในรัฐบาลชุดที่แล้วก็ให้คณะอนุกรรมการศึกษาข้อมูลงานวิจัยและข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลที่มี อ.นวลน้อย ตรีรัตน์ เป็นประธาน ไปหาข้อสรุปจากงานวิจัย 7 เล่ม ซึ่งได้ข้อสรุปออกมาว่า ให้เปิดเขื่อนถาวรและจ่าย 20 ปีย้อนหลัง
นอกจากนี้สิ่งที่ชาวบ้านได้ คือการให้ยกเลิกคณะกรรมการฯ อนุกรรมการ และคณะทำงาน ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลที่มีอยู่ทั้งหมด แล้วให้ ครม.แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ขึ้นมาใหม่ 1 คณะ เพื่อเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาในแบบองค์รวม
“การชดเชย หรือสิ่งต่างๆ ที่ได้รับนั้นมาจากการชุมนุมเรียกร้องจากรัฐบาล” สมภาร คืนดี ผู้ประสานงานสมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูล กล่าวย้ำในประโยคที่มักถูกพูดซ้ำๆ จากปากชาวบ้านปากมูนในงานประชุมรับฟังข้อมูลจากเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นที่ ได้รับผลกระทบจากแผนพัฒนาพลังงาน
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นก่อนที่จะมีการชุมนุมกลางกรุงเพียงวันเดียว เพื่อนำเสนอเรื่องราวจากพื้นที่ต่อทีมวิจัยการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เชิงยุทธศาสตร์หรือ SEA สำหรับแผนพลังงานของอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง ซึ่งกำลังเป็นเป้าหมายการลงทุนต่อไปของธนาคารโลก หรือ ADB เจ้าของงบก่อสร้างเขื่อนปากมูลในอดีต ผู้ที่สร้างปัญหาร้าวลึกให้แก่ชาวบ้านนั่นเอง
ม็อบสมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูล ถือเป็นกลุ่มชาวบ้านที่มาเยือนเมืองกรุงฯ บ่อยที่สุดกลุ่มหนึ่ง จนได้ชื่อว่า ‘ม็อบขาประจำ’ ที่มาเรียกร้องในทุกๆ รัฐบาล
แต่สำหรับชาวบ้านแล้ว การต่อสู้ที่ผ่านมาทำให้ได้เรียนรู้ว่าหากพวกเขาไม่ก้าวเท้าออกมาชุมนุม เรียกร้องบนท้องถนน การดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น สัญญาที่ว่าเขื่อนสร้างเสร็จ ชีวิตชาวบ้านจะดีขึ้นนั้นไม่เคยเป็นจริง
ซ้ำร้ายที่ผ่านมาได้เกิดกลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวคัดค้านการเปิดประตู เขื่อน เนื่องจากประโยชน์จากการใช้น้ำเหนือเขื่อนเพื่อการเพาะปลูก ทำให้การเคลื่อนไหวของชาวบ้านสมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูลวนเวียนอยู่ที่การ ปิด-เปิด เขื่อนมาตลอดระยะเวลาหลายปี
ต่อไปนี้ คือการประมวลลำดับเหตุการณ์ บางช่วงตอนของการต่อสู้ของชาวบ้านปากมูน และการตอบรับในการแก้ปัญหาของในแต่ละรัฐบาล จนถึงรัฐบาลปัจจุบันที่ยังคงทิ้งคำถามคั่งค้างอยู่ว่า… คณะกรรมการแก้ปัญหาชุดใหม่ที่กำลังจะถูกตั้งขึ้นมานี้ จะแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ในระดับไหน? อย่างไร?
13 นายกฯ (16 รัฐบาล) ในห้วงเวลา 24 ปีการต่อสู้เขื่อนปากมูล
 พ.ศ.2513-2521 สำนักงานพลังงานแห่งชาติ โดยความร่วมมือของรัฐบาลฝรั่งเศส ได้เข้ามาศึกษาและสำรวจเบื้องต้นเพื่อพัฒนาแม่น้ำมูล ในเขตพื้นที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เกิดเป็นโครงการเขื่อนปากมูล
ข่าวและภาพ : Prachatai