กองกำลังสุรนารีอุบลฯบุกจับคนไทยขายชาติร่วมทหารเขมรลอบตัดไม้หายาก ของกลางกว่า 3 ล้าน

บุกจับคนไทยขายชาติร่วมทหารเขมรลอบตัดไม้หายาก ของกลางกว่า 3 ล้าน

อุบลราชธานี-ชุดเฉพาะกิจกองกำลังสุรนารีบุกจับคนไทยขายชาติร่วมมือกองกำลังเขมรตัดไม้หายาก ส่งข้ามแดนไปขายในประเทศกัมพูชา จังหวัดขอความร่วมมือชาวบ้านพบเห็นกลุ่มตัดไม้แจ้งเจ้าหน้าที่จับกุม เพื่อป้องกันไม่ให้ขบวนการตัดไม้ทำลายทรัพยากรของประเทศ

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 12 ม.ค. นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย พ.ท.ไกรเดช โป๊ะสูงเนิน หัวหน้าชุดเฉพาะกิจกองกำลังสุรนารี ประจำอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย นายธีระยุทธ วงค์ไพเสริฐ หัวหน้าหน่วยอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย แถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้าม ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย โดยคนไทย และกองกำลังชาวกัมพูชาเข้ามาสร้างแคมป์เพิงพักชั่วคราวใช้แปรรูปไม้ใกล้หนองน้ำบ้านท่าแสนคูณ ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากทหารชุดเฉพาะกิจกองกำลังสุรนารี ประจำอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีการสร้างเพิงพักกลางป่าติดลำห้วยโดมใหญ่ บ้านท่าแสนคูณ เพื่อใช้เป็นที่แปรรูปไม้ที่ขบวนการลักลอบตัดจากป่าในเขตอุทยานฯ

จึงนำกำลังจู่โจมเข้าจับกุม พบกองกำลังติดอาวุธชาวกัมพูชา จำนวน 10 คน ให้ความคุ้มครองกลุ่มตัดไม้ที่กำลังช่วยกันแปรรูปไม้ แต่เมื่อกองกำลังกัมพูชาเห็นทหารไทยได้พากันล่าถอยข้ามเขตแดนเข้าไปในประเทศของตนเองที่อยู่ติดกันโดยไม่ยอมปะทะด้วย

หลังเคลียร์พื้นที่ พบนายไสว สระแสง อายุ 32 ปี และนายวิฑูรย์ มูลสาร อายุ 34 ปี ราษฎรบ้านหนองโพด ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน ซ่อนตัวอยู่ในเพิงพัก จึงจับกุมตัวไว้พร้อมยึดของกลางเป็นไม้ตะเคียนทอง ขนาด 3 คนโอบ ยาว 3 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ส่วนที่ถูกแปรรูปเป็นแผ่นแล้ว จำนวน 28 แผ่น รวมทั้งไม้ยางอีก 47 แผ่น รถไถใช้เคลียร์พื้นที่ รถยนต์กระบะใช้ขนไม้อย่างละ 1 คัน และเลื่อนยนต์ 4 เครื่อง คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

สอบถามนายไสว สารภาพว่า รับว่าจ้างจากนายทุนทำไม้ชาวกัมพูชาให้ตัด และแปรรูปไม้เนื้อแข็งทุกชนิดที่พบ จากนั้นจะส่งข้ามแดนเข้าประเทศกัมพูชาผ่านชายแดนด้านนี้ โดยนายทุนส่งกองกำลังติดอาวุธคอยคุ้มกันระหว่างทำงาน และทำมาได้นานประมาณ 2 เดือน

ส่วนค่าจ้างนายไสว และพวกได้รับค่าจ้างตามปริมาณไม้ที่ทำได้ และได้รับยาบ้ามาเสพฟรีระหว่างทำงานด้วย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันมีไม้แปรรูปหวงห้ามไว้ในความครอบครองเกิน 0.20 ลบ.ม. และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย คุมตัวดำเนินคดี

ด้านนายวันชัยเปิดเผยว่า พฤติกรรมกลุ่มลักลอบตัดไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ขณะนี้ไม่เลือกตัดเฉพาะไม้พะยูงที่เป็นไม้หายาก แต่จะเอาไม้เนื้อแข็งประเภทอื่นด้วย โดยมีเส้นทางลำเลียงผ่านชายแดนเพื่อนบ้านด้านกัมพูชา เพราะมีเขตแดินติดต่อกันในจุดทำไม้ ทำให้สะดวกในการขนย้าย และยากแก่การตรวจจับของเจ้าหน้าที่

จึงขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้ามให้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม เพื่ออนุรักษ์ไม้หายากเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานในอนาคต

ข่าว ภาพ :  ASTV