รพ.สรรพสิทธิประสงค์”รพ.ต้นแบบรับบริจาคปลูกถ่ายอวัยวะแห่งแรก” ชี้เป็นหน่วยบริการที่มียอดจัดหาอวัยวะสูงสุด

รพ.สรรพสิทธิประสงค์”รพ.ต้นแบบรับบริจาคปลูกถ่ายอวัยวะแห่งแรก ชี้เป็นหน่วยบริการที่มียอดจัดหาอวัยวะสูงสุด

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ตั้งศูนย์รับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ และขยายสู่การปลูกถ่ายไต จนได้รับการยกย่องเป็นโรงพยาบาลต้นแบบของสธ.ในการขอรับบริจาคอวัยวะ และเป็นรพ.ศูนย์แห่งแรกของสธ.ที่ทำการปลูกถ่ายอวัยวะได้สำเร็จ
นายแพทย์มนัส กนกศิลป์ ผู้อำนวยการรพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ได้มีการจัดตั้งศูนย์รับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะขึ้น เริ่มแรกนั้นดำเนินการอย่างไม่เป็นทางการ โดยการขอรับบริจาคอวัยวะในผู้เสียชีวิตสมองตายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2545 โดยมีนายแพทย์ชัยธัช รักราชการ เป็นผู้ริเริ่มโครงการร่วมกับทีมต่างๆ กระทั่งจัดตั้งเป็นศูนย์รับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะสภากาชาดไทยขึ้น โดยมีคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ดูแล คือ กรรมการดูแลผู้บริจาคอวัยวะ กรรมการฝ่ายดูแลผู้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ กรรมการฝ่ายผ่าตัดและปลูกถ่ายอวัยวะ และกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์
นายแพทย์มนัส กล่าวต่อว่า การจัดตั้งศูนย์ฯขึ้นเพื่อสนับสนุนให้มีการบริจาคอวัยวะ และการแสดงความจำนงการบริจาคอวัยวะให้แก่สภากาชาดไทยให้มากขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่อวัยวะสำคัญล้มเหลว ได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายอวัยวะให้มากขึ้น รวมถึงเพื่อการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสมองตายและการบริจาคอวัยวะ ขณะเดียวกันโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ได้เป็นสมาชิกสามัญเพื่อการปลูกถ่ายไตของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2546 ซึ่งเริ่มทำการปลูกถ่ายไตในผู้บริจาคที่มีชีวิต หลังจากนั้นมีการปลูกถ่ายอวัยวะจากผู้บริจาคเสียชีวิตสมองตายครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2554 จนถึงปัจจุบัน 25 ราย นับเป็นโรงพยาบาลศูนย์แห่งแรกในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ทำการปลูกถ่ายอวัยวะได้
นายแพทย์สันติ โรจน์ศตพงค์ หัวหน้าศูนย์รับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ กล่าวว่า นอกจากนั้นมีประชาชนผู้สนใจแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ 2,502 ราย และแสดงความจำนงบริจาคดวงตา 2,347 ราย มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากภาวะสมองตายที่บริจาคอวัยวะให้กับศูนย์รับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จำนวน 217 ราย ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวนั้นได้รับการยกย่องเป็นโรงพยาบาลต้นแบบของกระทรวงสาธารณสุขในการก่อตั้งและดำเนินการขอบริจาคอวัยวะ และเป็นสถานที่ศึกษาดูงานของพยาบาลผู้ประสานงานการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะจากหน่วยงานต่างๆ เช่น โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และพยาบาลผู้ประสานงานได้รับเชิญเป็นวิทยากรในการขอบริจาคอวัยวะแก่หน่วยงานต่างๆ เช่น ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และโรงพยาบาลรามาธิบดี
นายแพทย์ปานเทพ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการแผนงานสนับสนุนระบบบริการโรคไตวาย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวถึงการสนับสุนของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่า ขณะนี้สปสช.ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอยู่ในระหว่างให้หน่วยบริการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 15 แห่งเป็นศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ที่มีการจัดสรรอวัยวะที่มีผู้บริจาคให้กับผู้รอรับบริจาคทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นเรื่องของการบริจาคไตเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี นั้นนอกจากเป็นศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะแล้วยังเป็นหน่วยบริการที่มียอดการจัดหาอวัยวะได้สูงสุด โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2555 สามารถหาอวัยวะได้จากผู้บริจาค 32 ราย มากที่สุดในประเทศไทย ทางสปสช.จึงกำลังดำเนินการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนกิจการปลูกถ่ายอวัยวะให้กับทางโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี คาดว่าจะได้ประมาณ 1 ล้านบาท เพื่อที่ทางโรงพยาบาลจะได้นำไปใช้ในการพัฒนาระบบบริการด้านการปลูกถ่ายอวัยวะต่อไป
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ น.ส.มาริสา  บุญท้าว  (ตุ๊กตา) เจ้าหน้าที่บริหารงานประกันสุขภาพ สปสช. เขต 10 อุบลราชธานี โทร 045-240591ต่อ 5209   โทรสาร 045-255393

ข่าว : สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี

ภาพ : Google