นายกอบจ.อุบลฯ ร่วมเสวนาประเด็น “จังหวัดจัดการตนเอง ความฝันหรือความจริง”

นายพรชัย โควสุรัตน์ นายกอบจ.อุบลฯ ร่วมเสวนาในประเด็น “จังหวัดจัดการตนเอง ความฝันหรือความจริง? พร้อมอีก 3 ท่านคือ นายนิกร วีสเพ็ญ กรรมการการเลือกตั้งจังหวัดอุบลราชธานี นายนิมิต สิทธิไตรย์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี นายวิรัตน์ สุขกุล ผู้ประสานงานขบวนองค์กรจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีอาจารย์นพพร พันธุ์เพ็ง เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ ห้องประชุมบุษยรัตน์ คณะมนุษยศาสตร์เเละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

นายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า การปกครองของอุบลเราเดิมมีมายาวนาน สมัยก่อนก็เป็นการปกครองแบบตนเอง มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงจากการกระจายอำนาจ มาเป็นดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง เดิมทีนั้นอุบลเราเป็นประเทศราชมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ต่อมาประกาศในสมัยรัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2325 ดังนั้นการที่เรากระจายอำนาจเดิมให้หัวเมืองเป็นคนดูแลหัวเมือง แต่รัชกาลที่ 5 มองว่าต่อไปฝรั่งเศส อังกฤษ จะเข้ามารุกหยามประเทศ หากให้หัวเมืองบริหารตนเอง มีแนวโน้มอาจทำให้สูญเสียประเทศได้ง่าย เลยจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ คือมีตัวแทนมาสำเร็จราชการแทน เช่น กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์มาดูแลที่อุบลฯ และอำนาจทุกอย่างกลับไปอยู่ที่ส่วนกลาง คนที่มาดูแลบ้านเมืองจึงเป็นคนที่มาจากส่วนกลางเท่านั้น จึงมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงคลี่คลายไปบ้าง การคิดอย่างนี้ไม่ได้เกี่ยวขัองกับความมั่นคงซึ่งรูแบบของจังหวัดจัดการตนเองนั้น ตอนนี้ในอีสานเราที่ก้าวหน้าที่สุดคือ จังหวัดอำนาจเจริญ

นายวิรัตน์ สุขกุล ผู้ประสานงานขบวนองค์กรจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า สำหรับรูปแบบการจัดการตนเองของจังหวัดอำนาจเจริญนั้นยังไม่ชัดเจน เพราะว่าเพิ่งเริ่มต้น แต่ก็เริ่มเห็นเค้าร่างแล้วว่าจะเป็นอย่างไร โดยจะมีการแบ่งรูปแบบการบริหารออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับหมู่บ้าน จะมีสภาหมู่บ้านเกิดขึ้น ระดับตำบล จะมีสภาองค์กรของชุมชนเกิดขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่ประสานกับท้องถิ่น ส่วนอบต.ที่มีอยู่แล้วจะมีสภากลางเกิดขึ้นเป็นสภาพลเมือง โดยจับมือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และประธานหอการค้า หันหน้าคุยกัน และอยากให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าหรือผู้บริหารจังหวัดเกิดขึ้น แต่ยังไม่ได้ออกแบบ

ส่วนโมเดลจังหวัดจัดการตนเองแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ 1 แบบเชียงใหม่มหานคร 2.นครรัฐปัตตานี 3.จังหวัดอำนาจเจริญที่กำลังมีการเคลื่อนไหวอยู่ ส่วนที่มีแรงกระเพื่ยมสูงมากคือจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีอยู่ 3-4 เรื่องคล้ายๆจังหวัดอำนาจเจริญ 1.เชียงใหม่ฟันธงเลยว่าจะต้องมีการเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง 2.จะมีการเลือกสภา เป็นเหมือนสภาพัฒนาเมือง โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ สภาอบจ. และสภาพลเมือง ซึ่งเปรียบเสมือนสภาสูงและสภาล่าง สำหรับสภาสูงจะคอยให้คำแนะนำแก่สภาอบจ.ซึ่งการเก็บภาษีของจังหวัดเชียงใหม่เก็บ 100 % จะแบ่งให้ส่วนกลางเพียงแค่ 30 % แบ่งให้ท้องถิ่น 70 % ส่วนเรื่องทหาร เรื่องความสัมพันธ์ต่างประเทศ จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ส่วนกลาง เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคง ฉนั้นเปรียบเทียบแล้วเหมือนการยุบการปกครองระดับภูมิภาคเหลือ 2 ระดับ คือ การปกครองระดับชาติ มีกระทรวง ทบวง กรม 2.การปกครองระดับท้องถิ่น มีผู้ว่า นายกอบจ.นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

    นายนิมิต สิทธิไตรย์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า จังหวัดจัดการตนเองมันจะมีอะไรเป็นแรงจูงใจ ทำให้เกิดการขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงไปเป็นตัว AEC หรือว่าสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งยอมรับว่าสังคมปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างจะเร็ว และรูปแบบการปกครองปัจจุบันนี้จะสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้ได้หรือไม่

   นายนิกร วีสเพ็ญ กรรมการการเลือกตั้งจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า จังหวัดจัดการตนเอง นั้นเป็นการลดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจให้กับประชาชน ซึ่งตนคิดว่าจังหวัดจัดการตนเอง ไม่ได้เป็นความฝันหรือความจริง แต่อยากให้มันเกิดขึ้น เป็นการเพิ่มอำนาจของคนในท้องถิ่น และยกตัวอย่างของความขัดข้องของระเบียบข้อบังคับที่จังหวัดไม่สามารถจัดการได้ เช่น เชียงใหม่นั้นสวนราชพฤกษ์ที่ลงงบไปคนเชียงใหม่ไม่ต้องการ ไนท์ซาฟารีคนเชียงใหม่ไม่ต้องการทั้งที่เป็นงบประมาณมหาศาล ในขณะที่เราเองต้องการสวนสัตว์ แต่ให้งบประมาณมาน้อย อันนี้ตรงข้ามกัน และในส่วนของการบริหารจัดการถ้าปล่อยให้ส่วนกลางมีอำนาจต่อไป เราไม่สามารถบริหารจัดการปัญหาในพื้นที่ได้ และไม่รู้ว่ามันจะเป็นความฝันหรือความจริง

ภาพ , ข่าว : องค์การบริหารจังหวัดอุบลฯ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสารสานเทศ สำนักปลัดอบจ.อุบลฯ