สุดยอด!เด็กอาชีวะอุบลฯคว้าแชมป์เชฟเยาวชนจากเมนูหลนเค็มบักนัด

เด็กอาชีวะอุบลฯ คว้าแชมป์เชฟเยาวชน

ยังคงเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยระดับอุดมศึกษา โชว์ฝีมือการแข่งขันปรุงอาหาร เพื่อเฟ้นหาสุดยอดเชฟเยาวชน ที่มีความคิดสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “อาหารไทยประจำภาค” มาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด ที่จัดทำโครงการ เด็กสมบูรณ์ เวิลด์ ฟู้ด ชาเลนจ์ 2012 ครั้งที่ 8 ก็ได้ประกาศผลสุดยอดเชฟเยาวชนไทย ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว
สมหวัง ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปรุงอาหาร “ตราเด็กสมบูรณ์” เผยว่า จุดเด่นของโครงการปีนี้คือ การขยายโครงการประกวดไปสู่ต่างจังหวัดทั้ง 4 ภาค เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ และภูมิปัญญา เพื่อดึงภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นมาโชว์ แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของอาหารในแต่ละภาค โดยในรอบตัดสินมีการกำหนดเมนู วัตถุดิบ และเมนูจากผลิตภัณฑ์ไอ-เชฟ พร้อมเมนูประจำภาค เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ได้แสดงออก และกระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้นในสายอาชีพนี้มากขึ้น

ครั้งนี้มีสถาบันการศึกษาผ่านเข้ารอบมาถึง 8 ทีมด้วยกัน ทุกทีมต่างมุ่งมั่นรังสรรค์เมนูแสนอร่อยแปลกตา เพื่อพิชิตใจคณะกรรมการ และในที่สุด ทีมเดอ บัว ประกอบไปด้วย “เจน” ศิริพร อินทะสอน และ “คง” กิตติศักดิ์ ดวงดี นักศึกษาคณะคหกรรมศาสตร์ แผนกอาหารและโภชนาการ ปวช. ปีที่ 2 จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ที่โชว์การทำอาหารไทยประจำภาค รสเลิศ ด้วยวัตถุดิบพื้นบ้านจากจังหวัดอุบลราชธานี อย่างหลนเค็มบักนัดและกุ้งแม่น้ำ รังสรรค์อาหารในเมนู “รอยพระบาทยาตรา” และ “ไอ เชฟ สลัดกุ้งแม่น้ำ” ออกมามัดใจกรรมการจนคว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง

“เจน” ศิริพร เล่าถึงแรงบันดาลใจในการปรุงเมนู “รอยพระบาทยาตรา” หรือ หลนเค็มบักนัด (เค็มหมากนัด) ว่า เมนูนี้เป็นเมนูโปรดของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครั้งนี้จึงใช้ปลาเทโพที่มีมากในท้องถิ่น และสับปะรดหมักกับเกลือ แล้วนำมาหลน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ และผักเครื่องเคียง ส่วนเมนูที่สองอร่อยลงตัวด้วยผลิตภัณฑ์ไอ-เชฟสูตรต้มยำ และวัตถุดิบหลักอย่างกุ้งแม่น้ำในภาคอีสานที่มีเป็นจำนวนมาก รวมถึงสลัดผักสดๆ ที่คัดสรรมาอย่างดีจากโครงการหลวง

“เรามีเวลา 2 สัปดาห์ในการเตรียมความพร้อมและเมนูอาหารในการประกวด แต่ก็ฝึกฝนอย่างเต็มที่ พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจมากสำหรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ส่วนตัวคิดว่าเชฟรุ่นใหม่ๆ ต้องมีความกล้าคิด กล้าทำ ดัดแปลงวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น เพื่อให้ได้เมนูที่หลากหลาย พร้อมกับประยุกต์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากขึ้น ด้วยความที่เป็นเชฟเยาวชนรุ่นเล็ก ต้องพยายามเข้าร่วมการแข่งขันให้มากเพื่อพัฒนาฝีมือ สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของวงการอาหารไทย วงการเชฟไทย เพื่อการเตรียมพร้อมในการแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ ถึงแม้จะไม่ได้รับรางวัล แต่พวกเราคิดว่าประสบการณ์คือรางวัลที่สำคัญที่สุด ถ้าเรานำมันกลับมาพัฒนาตัวเองทุกครั้ง นอกจากทักษะแล้วภาษาอังกฤษถือว่าสำคัญมากถ้าเราต้องการก้าวหน้าในอาชีพเชฟ” ผู้ชนะเลิศในการแข่งขัน กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

ข้อมูล , ภาพ :   คมชัดลึก