นักวิชาการเผยนักการเมืองไทยคอรัปชั่นสูงสุด

สังศิต เผย นักการเมืองไทยโกงสุด เหตุ ไม่มีความพอ ชี้มีอำนาจมีการโกง ด้านพระรักเกียรติ แนะภาคประชาชนต้องแข้มแข็ง

รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการโครงการดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เปิดเผยถึงการคอร์รัปชั่นในสังคมไทย ภายในงาน “เยาวชนไทยรุ่นใหม่ หัวใจสะอาด” ซึ่งจัดโดย องค์การพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย หรือ UNDP ร่วมกับสโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่ผ่านมา ว่า คอร์รัปชั่น เป็นพฤติกรรมที่บุคคลสาธารณะมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตัวเอง หรือครอบครัว วงศาคณาญาติ พวกพ้องและคนใกล้ชิด โดยอาศัยตำแหน่ง หน้าที่ กฎหมาย อำนาจหรืออิทธิพลทางการเมือง ความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือการใช้ข่าวสารข้อมูลภายในเป็นเครื่องมือ ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้มาซึ่งผลประโยชน์เงินทองหรือไม่ได้สิ่งตอบแทนใดๆเลยก็ตาม แต่ถ้ากากการกระทำดังกล่าวเป็นการใช้บทบาทหน้าที่ของตนเอง หรือมีเจตนาเลือกปฏิบัติ หรือขัดต่อหลักศีลธรรม ขัดต่อผลประโยชน์ของประชาชนจำนวนมาก และมีผลประโยชน์ทับซ้อนก็ถือว่าเป็นการคอร์รัปชันทั้งสิ้น

“ปัจจุบันสังคมไทยมีเรื่องคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นมากมาย เนื่องจากคนไทยไม่รู้จักพอ ไม่มีศีลธรรม ประกอบกับการตรวจสอบอ่อนแอ ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการตรวจสอบคนโกง ซึ่งที่ไหนมีอำนาจที่เกิดผลประโยชน์ที่นั่นจะมีการโกงเกิดขึ้น เช่น อำนาจทั้งการเมือง ภาคธุรกิจ การบริหารแผ่นดิน เกิดขึ้นทุกระดับ เห็นได้ชัดทุกวันการเข้าทำงานใน อบต.

ทั้งนี้ตั้งแต่ตนเองทำการวิจัยเกี่ยวกับคอร์รัปชั่นมา ไม่มีประเทศไหนที่จะมีกลโกงมากเท่านักการเมืองประเทศไทย อีกครั้งบุคคลเหล่านี้ถูกจับได้หรือได้รับการลงโทษยังมีจำนวนน้อยมาก และนักการเมืองไทยก็ไม่มีจิตสำนึก ขาดจริยธรรม ต่างกับนักการเมืองประเทศอื่นๆ ซึ่งเพียงความผิดเล็กน้อยก็รับผิดชอบโดยการลาออกแล้ว” รศ.ดร.สังศิต กล่าว

ด้านพระรักเกียรติ รักขิตะธัมโม อดีต รมว.สาธารณสุข เปิดเผยเช่นเดียวกันว่า การเล่นการเมืองของไทย ขาดธรรมาภิบาล นั่นคือไม่รู้จักบาป บุญ คุณโทษ ขัดต่อหลักของพระพุทธศาสนา ซึ่งภาคประชาชนต้องมีความเข้มแข็งและเป็นตัวกระตุ้นให้สังคมช่วยกันตรวจสอบการคอร์รัปชั่น

 

ภาพ : http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/3/3/images/pai3.jpg