อาชีวะอุบลฯ ผ่านคัดเลือกประกวดเรือประดับไฟฟ้า “สว่างไสวมหานทีแห่งเจ้าพระยา” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

อาชีวะอุบลฯตัวแทน สอศ. ผ่านคัดเลือก 1 ใน 9 หน่วยงานเข้าร่วมประกวดเรือประดับไฟฟ้า “สว่างไสวมหานทีแห่งเจ้าพระยา” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ด้วยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนดจัดงานเทศกาล “สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง” ปี 2555 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำในช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะการจัดงานลอยกระทงในกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูงานประเพณีให้เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย ตลอดจนส่งเสริมงานประเพณีลอยกระทงให้เป็นสินค้าการท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ สร้างแรงจูงใจในการเดินทางของนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าว ททท.ได้จัดกิจกรรมประกวดเรือประดับไฟฟ้าภายใต้แนวคิด “สว่างไสวมหานทีแห่งเจ้าพระยา” (The Miracle light of chaopraya) ระหว่างวันที่ 24-28 พ.ย.2555 ณ แม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพุทธยอดฟ้าถึงสะพานกรุงธน กรุงเทพมหานคร โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าว ททท.ได้พิจารณาหน่วยงานที่มีศักยภาพ และชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายด้านงานศิลป์ จำนวน 16 หน่วยงาน แล้วคัดเลือกให้เข้าร่วมประกวดจำนวน 9 หน่วยงาน ได้แก่ 1. จังหวัดชัยนาท 2.กองทัพอากาศ 3.โรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ 4.กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ 5. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 6.บริษัทอาร์ต อิท จำกัด 7.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี 8.มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และ 9.บริษัทบุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด

ในการนี้ ททท.ได้จัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานทั้ง 9 แห่ง เป็นจำนวนเงิน 400,000 บาท พร้อมสนับสนุนเรือยนต์บรรทุกขนาด 900 ฟุต จำนวน 1 ลำ เพื่อใช้ในการตกแต่งและจัดเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพร้อมน้ำมันเชื้อเพลิง

สำหรับกติกาในการแข่งขันหน่วยงานที่เข้าร่วมประกวดจะต้องตกแต่งเรือประดับไฟฟ้า ภายใต้แนวคิด “สว่างไสวมหานทีแห่งเจ้าพระยา” บนขนาดเรือซึ่งรวมการตกแต่งทั้งหมดจะต้องมีความสูงจากผิวน้ำถึงยอดไม่เกิน 4.5 เมตร หากเกินต้องสามารถปรับความสูงได้เพื่อให้ผ่านสะพานได้ทุกสะพาน ความกว้างหลังตกแต่งแล้วจะต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตรและความยาวของเรือหลังตกแต่งแล้วไม่น้อยกว่า 30 เมตร มีโครงสร้างที่มั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย โดยเฉพาะการออกแบบระบบไฟฟ้าและโครงสร้างจะต้องมีวิศวกรไฟฟ้ารับรองแบบด้วย

โดยกำหนดให้การดำเนินงานตกแต่ง ให้แล้วเสร็จเพื่อซ้อมใหญ่ขบวนเรือประดับไฟฟ้าฯ ในวันที่ 23 พ.ย. 2555 และแสดงจริงในระหว่างวันที่ 24-28 พ.ย. 2555 ซึ่งขบวนเรือตั้งต้นที่บริเวณสะพานพุทธฯและไปสิ้นสุดที่สะพานธน จากนั้นนำไปจอดไว้ที่จุดจอดเรือที่ ททท.กำหนด พร้อมทั้งหน่วยงานที่เข้าร่วมประกวดจะต้องแสดง แสง เสียง หรือพลุไฟ ตามจุดที่ ททท.กำหนด จำนวน 2 จุด ได้แก่ บริเวณสะพานพุทธฯ และบริเวณสวนหลวงพระราม 8 ระหว่างวันที่ 24-28 พ.ย.2555 จนถึงเวลา 22.00 น. และประกาศผลการประกวดพร้อมมอบรางวัลในวันที่ 28 พ.ย. 2555

ทั้งนี้รางวัลในการประกวด ชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมเงินรางวัล 500,000 บาท รางวัลที่ 2 ถ้วยรางวัลจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พร้อมเงินรางวัล 200,000 บาท รางวัลที่ 3 ถ้วยรางวัลจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท และโล่ประกาศเกียรติคุณจากผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำหรับหน่วยงานที่เข้าร่วมประกวดทุกหน่วยงาน

ในส่วนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ในนามสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ภายใต้การดำเนินงานของ ดร.ธนกร ไชยกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน มีนายอุทัย ภูริพัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากร เป็นผู้ประสานงาน มีคณะครู เจ้าหน้าที่ และนักเรียน นักศึกษา ในคณะวิชาศิลปกรรม ร่วมรังสรรค์ความงดงามของ เรือประดับไฟฟ้าในการเข้าร่วมประกวด โดยใช้ชื่อเรือว่า “เทียนธรรมเทียนพรรษา ส่องเจ้าพระยามหานที สายธารหลอมชีวี ใต้ร่มพระบารมี ธ ทรงธรรม” ซึ่งมีแนวคิดในการจัดทำ คือ ประเพณีการทำเทียนพรรษาเป็นอัตลักษณ์ของชาวอุบล ประกอบด้วย ต้นเทียนพรรษา พญานาค และชุมชนคุ้มวัดต่างๆ รวมทั้งสัญลักษณ์ที่สื่อถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ กระต่าย ภาชนะดินเผา และปลานิล ในลำเรือประกอบด้วย

1. พญานาคซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นดินแดนแห่ง 3 สายนที ได้แก่ แม่น้ำโขง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล รูปทรงของพญานาคมีปีก 2ข้างซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดอุบลราชธานี
2. ประเพณีแห่เทียนพรรษา ออกแบบในเชิงสัญลักษณ์ประกอบด้วยต้นเทียนพรรษาของคุ้มวัดต่างๆ นิยมสื่อถึงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับราชวงศ์จักรี สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระราชทานนามจังหวัดอุบลราชธานีเดิมว่า “อุบลราชธานี ศรีวนาไลย” ประเทศราช”โดยได้ประยุกต์ต้นเทียนประดับดอกบัว ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดอุบลราชธานีตั้งบนฐานพญาหงส์ เพื่อนำเสนอภาพเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพระกรณียกิจที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
3. สัญลักษณ์ปีเถาะ “กระต่าย” เป็นปีพระราชสมภพเพื่อสื่อถึงความผูกพัน และเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
4. สัญลักษณ์ภาชนะดินเผา ที่มี 2 มือประคองอยู่ด้านล่าง สื่อความหมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”พระองค์ผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดิน” โดยเชื่อมโยงพุทธวจนะจากพระธรรมบท ความว่า“ครูเปรียบเสมือนช่างปั้นหม้อ ผู้ประคับประคองภาชนะดินดิบให้เกิดรูปทรง” ซึ่งสื่อความหมายถึงพสกนิกรชาวไทยทั้งมวลได้ดำเนินชีวิตแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
5. สัญลักษณ์ “ปลานิล” เป็นพันธุ์ปลาที่ทรงทดลองเลี้ยง และเพาะพันธุ์ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และพระราชทานให้กรมประมงนำไปขยายพันธุ์และแจกจ่ายให้แก่พสกนิกรทั่วไป

ทั้งนี้เป็นที่ปลื้มปิติอย่างยิ่ง เนื่องจากในการประกวดดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จทอดพระเนตร ชมเรือประดับไฟฟ้า “สว่างไสวมหานทีแห่งเจ้าพระยา” ในงาน “สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง” ปี 2555 ในครั้งนี้ด้วย

[nggallery id=142]