สธ.นำร่อง 3 จังหวัดนำร่องตรวจเลือดกลุ่มชายรักชาย

สธ.นำร่อง 3 จังหวัดนำร่องตรวจเลือดกลุ่มชายรักชาย

ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 5 ตุลาคม 2555 เวลา 13.00 น. นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อม ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ภญ.สุจิดา ชุติมา ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ร่วมแถลงข่าวเปิดโครงการ “Test and Treat” หรือ “ตรวจเลือดและรักษาทันที” ในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสอง

นพ.พรเทพ กล่าวว่า สถานการณ์โรคเอดส์ในประเทศไทย พบว่ามีแนวโน้มของผู้ป่วยเอดส์และผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ลดลงกว่าในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากการรักษาผู้ป่วยเอดส์ด้วยยาต้านไวรัสทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่อัตราความชุกของการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร พบความชุกร้อยละ 17.3 ในปี 2546 และ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 31.3 ในปี 2553 หรือ 1 ใน 3 ซึ่งสูงกว่าประชากรกลุ่มอื่นๆ ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองติดเชื้อเพราะไม่เคยไปตรวจ และจากข้อมูลเฝ้าระวังปี 2553 พบว่ามีร้อยละ 15 ของกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายที่เคยตรวจเลือดและทราบผลการตรวจการติดเชื้อเอชไอวี และบางคนไปตรวจแต่ไม่กลับมาฟังผลตรวจ จึงเป็นแหล่งสำคัญในการส่งต่อเชื้อไปให้คนอื่นๆ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่ตนเองไปมีเพศสัมพันธ์ด้วย

นพ.พรเทพ กล่าวว่า จากผลดำเนินงานในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและกลุ่มสาวประเภทสองที่ผ่านมา ยังไม่สามารถบรรลุถึงเป้าหมาย เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายไม่ได้รับความรู้และทักษะที่ถูกต้องในการป้องกันตนเองจากเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ยังไม่สามารถเข้ารับบริการป้องกันและรักษาได้อย่างสะดวกใจและอย่างเปิดเผย เนื่องจากอคติของสังคม ดังนั้น กรมควบคุมโรคจึงมีนโยบายที่จะส่งเสริมให้ประชาชนตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อเอชไอวี เพราะหากประชาชนได้ทราบสถานะการติดเชื้อของตนเอง ในรายที่ไม่ติดเชื้อจะได้ป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ ส่วนในรายที่ติดเชื้อจะได้รับการดูแลรักษาและป้องกันไม่ให้ส่งต่อเชื้อไปยังคนอื่น ด้วยเหตุนี้จึงเกิดโครงการดังกล่าวขึ้น

ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ กล่าวว่า การดำเนินงานโครงการ”Test and Treat”หรือ”ตรวจเลือดและรักษาทันที” ในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสองนี้ เป็นโครงการนำร่องจากความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมโรค ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และองค์การเภสัชกรรม (อภ.) โดยมีพื้นที่ดำเนินการนำร่องใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ลำปาง และอุบลราชธานี

ส่วนวัตถุประสงค์ให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ได้รับยาต้านไวรัสอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะภายหลังการรับยาต้านไวรัสไปแล้ว 1 เดือน จะพบเชื้อในปริมาณที่น้อยลง และเชื้อมีโอกาสที่จะแพร่กระจายน้อยมาก ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปสู่บุคคลอื่น โดยโครงการนี้เป็นโครงการนำร่องในการหามาตรการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อเอชไอวีตั้งแต่ระยะแรกเริ่มโดยการส่งเสริมให้กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสอง่ ได้เข้ารับการตรวจเลือดโดยสมัครใจ โดยใช้วิธีการตรวจเลือดแบบทราบผลในวันเดียว และรักษาด้วยยาต้านไวรัสทันทีในผู้มีผลเลือดบวกโดยไม่ต้องรอให้มีระดับภูมิต้านทาน(ระดับCD4) ต่ำก่อนรักษา เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ลดระดับไวรัสในพลาสมาทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการส่งต่อเชื้อไปยังคนอื่นได้น้อยลง

ศ.เกียรติ์คุณ นพ.ประพันธ์ กล่าวว่า โครงการนี้ตั้งเป้ารับอาสาสมัครชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสองจากกรุงเทพมหานคร 600 คน จากลำปางและอุบลราชธานี จังหวัดละ 100 คน โดยจะรับอาสาสมัครที่เคยมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยอย่างน้อย 1 ครั้งใน 6 เดือนที่ผ่านมา หรือมีคู่นอนมากกว่า 3 คนในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และไม่เคยตรวจเอชไอวีมาก่อน หรือเคยตรวจแต่ไม่พบว่าติดเชื้อ ทั้งนี้จะเริ่มรับอาสาสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2555 นี้ เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คลินิกนิรนาม สภากาชาดไทย โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง ศูนย์แพทย์ชุมชนท่าวังหินและโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี หรือโทรสายด่วนปรึกษาเอดส์แห่งชาติ 1663 และ 02-253-0996 ทางเว็บไซต์ www.adamslove.org

ข่าว :  NNA

ภาพ :  http://news.showdee.com/upload/photo/03130108/0mngCvGNm2xeK0E_big.jpg