เมียตชด.ตายในหน้าที่มึน!! กรมบัญชีกลางเรียกเงินชคบ.คืนย้อนหลัง

ภรรยาขรก.เสียชีวิตร้องสภาทนายฯช่วยหลังถูกเรียกเงินคืน

เมื่อเวลา11.00 น. กลุ่มภรรยาและครอบครัวข้าราชการที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในพื้นที่ภาคอีสานและพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนกว่า 70 คน ได้เข้าร้องเรียนต่อสภาทนายความเพื่อขอให้ช่วยต่อสู้ทางกฎหมาย ภายหลังถูกกรมบัญชีกลางทำหนังสือเรียกเก็บเงินช่วยเหลือค่าครองชีพเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.) คืนย้อนหลัง ทั้งนี้นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนด้วยตัวเอง

ด.ต.หญิง ณัฏฐากุล ณัฏฐะพิชาญ์ ผบ.หมู่งานธุรการ สภ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นภรรยาของ จ.ส.ต.ประเสริฐ จันทนาภรณ์ สังกัดตำรวจตระเวนชายแดน จ.สุรินทร์ ซึ่งเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ราชการเมื่อ พ.ศ.2532 กล่าวว่า ภายหลังที่สามีเสียชีวิตตนได้เงินบำนาญพิเศษจำนวน 300 บาทต่อเดือน แต่เมื่อปี พ.ศ.2548 พบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีเพิ่มขึ้น เป็น 5,100 บาท และมากที่สุดเมื่อ พ.ศ.2552 จำนวน 6,300 บาท โดยที่ไม่มีการเรียกไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นการเพิ่มให้ตามเหมาะสม ที่มีการปรับฐานเพิ่มเงินเดือนราชการในช่วงนั้น จนถึงเมื่อ พ.ศ.2555 กรมบัญชีกลางได้ทำหนังสือเรียกเงินช่วยเหลือคืนคลัง โดยระบุว่าเงินดังกล่าวคือเงิน ช.ค.บ.ซึ่งผู้ที่รับราชการไม่มีสิทธิ์ได้รับเงิน ดังนั้นเงินที่พวกตนได้จึงถือเป็นเงินเกินสิทธิ์

ด.ต.หญิง ณัฏฐากุล กล่าวว่า ตนถูกเรียกเงินคืนจำนวน 299,000บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยกรมบัญชีกลางแจ้งว่าหากไม่มีเงินก็ให้ทำหนังสือยอมรับสภาพหนี้ไว้ก่อน โดยจากการสอบถามกรมบัญชีกลางพบว่ามีผู้ที่ต้องคืนเงินดังกล่าวประมาณ 1,007 คน และขณะนี้พวกตนได้รวมรายชื่อได้แล้ว 658 คน โดยเป็นหนี้ในจำนวน 100,000 – 800,000บาท ตามแต่ปีที่เสียชีวิต ยศ และตำแหน่งของสามี ทั้งนี้ในจำนวนนี้เป็นภรรยาของผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการทั้งสิ้น แต่กลับถูกเรียกเงินคืนไม่มีความเป็นธรรม แตกแตกจากการเยียวยาในกรณีอื่นที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากกว่า

“เราไม่เคยเรียกร้องที่จะได้รับ แต่เงินเข้ามาในบัญชีเอง เคยสอบถามก็ไม่ได้รับคำตอบ แต่จู่ๆก็แจ้งหนี้มาเป็นแสนใครจะไปมีเงินใช้คืน เราเลยรวมตัวกัน นอกจากนี้ยังได้ไปเปิดเฟสบุ๊คขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า “ภาระที่ยังอยู่ ชีวิตที่ถูกลืม”เพื่อแบ่งปันประสบการณ์กับคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เพื่อช่วยเหลือกันต่อไปด้วย”ด.ต.หญิง ณัฏฐากุลกล่าว

พ.ต.ต.(หญิง) พจนี พยัคฆ์ สภ.สภ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย กล่าวว่า สามีของตนที่รับราชการตำรวจเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ.2540 และตนได้ดำเนินการขอเงินตกทอด พร้อมทั้งขอเข้ารับราชการโดยไม่ได้ขอเงินเบี้ยเลี้ยง ช.ค.บ.แต่อย่างใด เนื่องจากทราบดีว่าหากได้เข้ารับราชการจะไม่มีสิทธิ์ได้เงินดังกล่าว ทั้งนี้ตนได้รับเงินบำนาญพิเศษเมื่อปี พ.ศ.2456 เป็นอัตราเดือนละ 1,086บาท แต่เมื่อ พ.ศ.2548 กลับมีเงินในบัญชีเพิ่มขึ้นเป็น 6,300บาท โดยที่ตนเองคิดว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินตกทอดปกติที่เพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเดือนราชการที่เพิ่มขึ้นช่วงนั้นโดยไม่ได้สังเกตอะไร แต่เมื่อปี พ.ศ.2554 ตนกลับได้รับจำนวน 1,086 เหมือนที่ได้รับในตอนแรก และใน พ.ศ.2555 ได้รับใบแจ้งสภาพหนี้ขอเรียกเงินคืน

ด้านนายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ กล่าวว่า สภาทนายความจะทำการตรวจสอบ ก่อนส่งเรื่องให้รัฐบาล และรัฐสภาผ่านทางคณะกรรมาธิการ หากผู้เดือดร้อนกลุ่มนี้ได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากกลุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเกิดจากนโยบายที่ไม่เท่าเทียมกันหรือเลือกปฏิบัติก็จะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด เพราะประชาชนทุกคนควรได้รับความเป็นธรรมและปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ตามหลักการแล้วเมื่อมีการโอนเข้าบัญชีโดยเจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายโอนในขณะที่ประชาชนไม่ได้ร้องขอ การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐอาจจะผิดพลาด ไม่น่าจะใช่ความผิดของประชาชน ดังนั้นเจ้าหน้าที่รัฐต้องชี้แจงได้ เพื่อให้การดำเนินการทั้งระบบต้องโปร่งใส ส่วนผู้ที่ถูกยื่นฟ้องไปแล้ว ทางสภาทนายความก็จะให้คำแนะนำในการดำเนินการต่อไป

ข่าว :  NNA