เปิดผลการศึกษา คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ราคาคลื่น3G ไทยแพงที่สุดในเอเชียจริงหรือ

จากการนำเสนอข่าว(ที่คลาดเคลื่อน)ถึงข้อมูลถึงราคาค่าคลื่น 3G ในประเทศไทยว่ามีราคาแพงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และเป็นราคาเมื่อ 10 ปีก่อนนั้น ซึ่งจากรายงานการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ และมูลค่าขั้นต่ำของการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 GHz ที่จัดทำโดยคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเดือนก.ค. 55 พบว่า การประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ 3G ทั่วโลก โดยคำนวณข้อมูลของการอนุญาตประกอบกิจการปรับเป็นมูลค่าปัจจุบัน มิใช่มูลค่าเมื่อ 10 ปีก่อน อย่างที่นักวิชาการบางท่านเข้าใจ

มูลค่าคลื่นความถี่ของประเทศไทยอยู่ที่ 0.31 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร หรือคิดเป็นมูลค่า 6,440 ล้านบาทต่อ 5 เมกะเฮิรตซ์ และต่อมา คณะกรรมการิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ได้กำหนดราคาเริ่มต้นการประมูลที่ 70% ของราคาดังกล่าว มูลค่าคลื่นในประเทศไทยจึงเหลือเพียง 0.22 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร เทียบกับราคาเริ่มต้นการประมูลของประเทศในแถบเอเชียที่ผู้วิจัยได้รวบรวมจาก 3ประเทศ พบว่า

–          สิงคโปร์กำหนดราคาเริ่มต้นที่ 0.39 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร

–          ไต้หวันกำหนดราคาเริ่มต้นที่ 0.25 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร

–          อินเดียกำหนดราคาเริ่มต้นที่ 0.23 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร

ซึ่งผลการประมูล เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา มีการเสนอราคาเพิ่มเพียง 2.77% ทำให้ราคาคลื่น 3G ประเทศไทยต่ำกว่าราคาเริ่มต้นของสิงคโปร์ ไต้หวัน และอินเดียเสียอีก จึงทำให้เกิดความสับสนว่าราคาคลื่น 3G ในประเทศไทยแพงที่สุดในเอเชีย และเป็นราคาเมื่อ 10 ปีก่อน

สรุปแล้วราคาจริง 3G ไทย เพียง 0.22 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร ไม่ใช่ราคา 0.45 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร เพราะคิดแต่คลื่นแค่ 45 MHz ทั้งๆที่ความจริงเป็นคลื่น PAIRED BAND คือ2×45 = 90 MHz คิดเพียง 0.22 …

รายงานฉบับเต็มพบในลิ้งค์ http://www.prachatai.com/journal/2012/10/43302
ภาพจาก : http://www.it24hrs.com/wp-content/uploads/2012/06/3g.jpg