ร้านทองโคราชตบรางวัล 2 แสนให้ตร.และร้านทองเมืองอุบล

จ่ายจริง 2 แสน รางวัลนำจับ หนุ่มตุ๋นทองหนัก 200 บาท

เจ้าของร้านทองโคราชเหยื่อหนุ่มนักตุ๋น ตบรางวัล 2 แสนบาทให้แก่ ตร.และเจ้าของร้านทองเมืองอุบลฯ หลังช่วยกันรวบตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ขณะนำทองเร่ขาย….

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ต.ค. 2555 พล.ต.ต.กรกต สารียา รองผบช.ภ.3 ร่วมกับ พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี และ พ.ต.อ.ศรัญ นิลวรรณ ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี แถลงข่าวผลการจับกุม นายสหชาติ หรือภาณุพงศ์ เกษมทาง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 186 ม.3 ต.เมืองศรีไค อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทองคำหนัก 200 บาท จากร้านทองในห้างเดอะมอลล์ โคราช โดยจับกุมได้ขณะนำทองเข้าไปขายให้ร้านทองใน จ.อุบลราชธานี

ทั้งนี้ หลังจับกุมตัวได้พบว่า ผู้ต้องหาดังกล่าวมีคดีฉ้อโกงทองคำที่ห้างทองเพชรสุวรรณ 5 ตราปลามังกร และห้างทองเพชรสุวรรณ 3 ตรานกกระเรียน ในห้างเดอะมอลล์ นครราชสีมา มีค่าหัว 200,000 บาท และมีหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี เลขที่ 201/55 ลงวันที่ 19 มิ.ย. 2555 คดีปลอมแปลงเอกสารทางราชการด้วย โดยจากการตรวจค้นตัวนายสหชาติพบเงินสด 188,9300 บาท และ สร้อยคอทองคำ น้ำหนักรวม 27 บาท โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง บัตรเครดิตอีกจำนวนหนึ่ง สมุดบัญชีมีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท รวมถึงบัตรประจำตัวระบุชื่อ นายประวีร์ คำศรีสุข นายแพทย์ชำนาญพิเศษ รพ.บุณฑริก แต่เป็นรูปของนายสหชาติ

ระหว่างแถลงข่าวการจับกุม นายจรัญวัฒน์ นันทคุณาธิป และนางสาวกวิสรา นันทคุณาธิป สองพี่น้อง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านทองทั้งสองแห่ง ผู้เสียหาย ได้มาร่วมฟังการแถลงข่าวด้วย พร้อมสอบถามถึงทองคำที่เหลือ แต่นายสหชาติอ้างว่าขายเล่นการพนันหมดแล้ว เหลือแค่เท่าที่เห็นนี้ พร้อมกล่าวขอโทษผู้เสียหายและยอมรับผิดทุกอย่าง อ้างว่ามีความจำเป็นจริงๆ จึงต้องก่อเหตุ และทำเพียงคนเดียว ไม่มีใครรู้เห็นด้วย

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น ทางผู้เสียหายได้มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุบลราชธานี และอีกจำนวน 100,000 บาท ให้แก่เจ้าของร้านทองตลาดหนองบัวที่ช่วยแจ้งเบาะแส จนสามารถจับกุมคนร้ายได้ในที่สุด

ด้าน พล.ต.ต.กรกต กล่าวว่า ประวัติของนายสหชาติ ขณะนี้มีหมายจับทั้งหมด 8 หมาย 11 คดี ทั้งในท้องที่ภูธรภาค 3 ภูธรภาค 4 และนครบาล รอออกหมายอีก 3 คดี โดยทองคำที่ได้จากการก่อเหตุทั้งหมด 325 บาท มูลค่า 8,397,240 บาท ซึ่งกระทำการลักษณะเดียวกันในทุกท้องที่ ตนจึงจะได้ทำหนังสือไปถึงธนาคารแห่งประเทศไทยให้เข้ามาดูแลช่องโหว่ในการให้บริการของธนาคาร ที่ทำให้คนร้ายอาศัยมาใช้ก่อเหตุได้ ทั้งกรณีเช็คเข้าบัญชี ปรากฏตัวเลขรวมกับเงินที่มีอยู่แล้วของผู้เสียหายจนเกิดการเข้าใจผิด อักษรย่อต่างๆ ในบัญชีแต่ละธนาคารไม่เป็นสากล ยากต่อการเข้าใจของประชาชน และการเปิดบัญชีกระแสรายวันเพื่อซื้อเช็คง่ายเกินไป พร้อมอยากฝากเตือนประชาชน เพราะอาจมีพฤติกรรมเลียนแบบ และคนร้ายอาศัยช่องโหว่เหล่านี้มาก่อเหตุอีกได้.

ภาพ , ข่าว : ไทยรัฐ