ภาคประชาชนร้อง กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์กำลังจะถูกกระทรวงวัฒนธรรมฮุบ

ภาคประชาชนร้อง กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์กำลังจะถูกกระทรวงวัฒนธรรมฮุบ
—————————————————————————————————–
ฝันสลายของเด็กเยาวชนในวันพุธที่จะถึงนี้. ร่างพรบ. กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่เป็นร่างฯของรัฐบาลจะถูกผลักดันขึ้นเป็นเรื่องด่วนโดยกระทรวงวัฒนธรรมแบบปิดประตูตีแมว ไม่ให้โอกาสร่างฯของภาคประชาชนเข้าประกบ ซึ่งขณะนี้ร่างประชาชนอยู่ในขั้นตอนตรวจรายชื่อตามขั้นตอนการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามสิทธิทีระบุในรัฐธรรมนูญ และใน พรบ.การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย การเร่งรีบเสนอร่างรัฐบาลครั้งนี้ทั้งๆที่รู้ว่าภาคประชาชนได้ยื่นรายชื่อครบและยื่นต่อสภาแล้ว และดำเนินการตามขั้นตอนอยู่. ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เห็นได้ชัดว่าเป็นการปิดโอกาสไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของกองทุนนี้
“การนำร่าง พรบ.นี้ขึ้นมาพิจารณาอย่างเร่งรีบโดยไม่รอร่างประชาชน สะท้อนว่าสิ่งที่รัฐบาลเน้นย้ำมาตลอดว่าให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนนั้น ยังไม่เกิดขึ้นจริง ทั้งๆ มีการบัญญัติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญ แต่ภาครัฐกลับมองข้าม” นางสาวเข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้แทนเครือข่ายในการเสนอร่างกฎหมายภาคประชาชนเน้นว่า “การนำร่างพรบ.ภาคประชาชน มาประกบกับร่างรัฐบาลเพื่อพิจารณาร่วมกันจะทำให้ กฎหมายนี้สมบูรณ์ขึ้น นอกจากนั้น ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาเป็นกรรมาธิการร่วม เพื่อนำมาซึ่งการใช้กองทุนนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของสาธารณะ

ตาม พรบ.จัดสรรคลื่นความถี่ มาตรา 52(5) กำหนดให้ กสทช.ต้องจัดสรรเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนาฯ มาสนับสนุนกฏหมายกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์. ซึ่งต้องมี พรบ.กองทุนสื่อมารองรับ โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้มีการสร้างสรรค์สื่อที่มีคุณภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชนที่กำลังตกเป็นเหยื่อของการครอบงำโดยสื่อที่เน้นการบริโภคฟุ่มเฟื่อย หรือการบริโภคที่ไม่มีคุณภาพ นำไปสู่ปัญหาต่างๆมากมาย ทั้งความรุนแรง เรื่องเพศ ฯลฯ

สถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีปัญหาทางสังคมอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่พื้นที่สื่อถูกจับจองโดยภาคธุรกิจเพื่อบันเทิงและค้ากำไร โดยพื้นที่สื่อที่มีคุณภาพเพื่อเด็กและเยาวชนแทบไม่มีอยู่เลย และขาดการสนับสนุนมายาวนาน เพราะถูกจำกัดทุนสนับสนุน และถูกจำกัดความคิดสร้างสรรค์

“รวมถึงขณะนี้ไม่มีพื้นที่สื่อสารของสื่อชุมชนของคนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่จะร่วมกันพัฒนาเด็กพัฒนาชุมชน เพราะสื่อโดนครอบงำ โดยทุนในระบบสังคมบริโภค. หลายประเทศทั่วโลกได้จัดตั้งกองทุนทีีเป็นอิสระให้มีความคล่องตัว ให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าถึงได้ง่าย. โดยสนับสนุนโดยรัฐ แต่รัฐบาลไทยกลับจะเอากองทุนนี้กลับไปอยู่ภายใต้ระบบราชการกระทรวงเดียว คือกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเราก็มีบทเรียนมามากแล้วว่ากองทุนที่อยู่ภายใต้ราชการก็จะมีข้อจำกัดมากมายและมีมุมมองที่คับแคบในเรื่องสื่อ และเห็นได้จากร่างของกระทรวงที่กำลังจะเข้าพิจารณานี้. มีลักษณะที่จะจับผิดสื่อมากกว่าการสร้างมุมมองและจินตนาการใหม่ๆ ให้ภาคประชาชน. โดยมีให้กรรมการกองทุนมีอำนาจ ออกกำหนดว่าสื่อใดไม่ปลอดภัยไม่สร้างสรรค์ ซึ่งเป็นอำนาจที่ซ้ำซ้อนกับกสทช”

ในหลายๆประเทศหันมาเน้นการสร้างชาติที่มีคุณภาพโดยเริ่มจากเด็ก เน้นที่การสร้างสื่อคุณภาพในการพัฒนาเด็กเยาวชน ในประเทศเกาหลีเรื่องการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ถูกจัดให้เป็นวาระแห่งชาติ และมีการจัดการกองทุนสื่อแบบก้าวหน้า มีการดึงหลายหน่วยงานมาร่วมกันอย่างจริงจัง มีทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ไม่ใช่จัดให้กองทุนนี้มีหน่วยงานไหนมาเป็นเจ้าของ จึงไม่น่าแปลกใจที่สื่อจากประเทศเกาหลีกลายเป็นสื่อประสบความสำเร็จอย่างมากมายและได้รับความนิยมในต่างประเทศ”

ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ประธานสถาบันสื่อพัฒนาภาคประชาชน หากกองทุนสื่อต้องตกไปอยู่ภายใต้หรือการดูแลของหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานนั้นก็ต้องตอบกับสาธารณชนให้ได้ว่าแล้วมันจะมีความแตกต่างจากการบริหารจัดการกับระบบราชการอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรม การทำงาน ซึ่งกองทุนนี้ต้องทำงานบนความหลากหลาย โดยคำนึงถึงการมีสื่อที่รับประกันได้ว่าจะดูแลสังคมและประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้มันจะเป็นเรื่องของมิติอำนาจและเป็นเรื่องของการผูกขาดอำนาจ ในขณะที่เจตนารมณ์ที่แท้จริงของกองทุนสื่อนั้นต้องการให้เกิดพลังของสังคมในการร่วมรับรู้ร่วมรับผิดชอบ และเป็นพลังของสังคมที่จะสื่อสารกับภาคสื่อและภาครัฐอีกด้วย