จับยาบ้า-ไอซ์ โทรศัพท์มือถือมูลค่ากว่า 3 ล้านโยนเข้าเรือนจำอุบลฯ

จับยาบ้า-ไอซ์ โทรศัพท์มือถือมูลค่ากว่า 3 ล้านโยนเข้าเรือนจำอุบลฯ

อุบลราชธานี – เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานี ยึดยาบ้า-ไอซ์ โทรศัพท์มือถือ พร้อมอุปกรณ์พ่วงมูลค่ากว่า 3 ล้านบาทที่ถูกโยนเข้ามาในเรือนจำ แต่มาถูกตาข่ายที่กางดักทำให้ของทั้งหมดไปไม่ถึงนักโทษขาใหญ่ในเรือนจำ

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (14 ก.ย.55) นายชัยโรจน์ สินธุพุฒิพงศ์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุบลราชธานีกล่าวถึงการตรวจยึดยาบ้า 1,748 เม็ด ยาไอซ์หนัก 1.37 กรัม โทรศัพท์มือถือ 31 เครื่อง ที่ชาร์ตแบตเตอรี่ 10 อัน และกระเป๋าสะพายสีดำที่ใช้ใส่ของกลางทั้งหมด 1 ใบ โดยสิ่งของทั้งหมดหากหลุดเข้าไปในเรือนจำจะมีมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

นายชัยโรจน์ เผยว่า ของกลางทั้งหมด เจ้าหน้าที่สายตรวจเรือนจำยึดได้จากริมรั้วทิศเหนือด้านติดกับชุมชนโพธิ์ทอง ต.ในเมือง เมื่อเช้าวันนี้ โดยกระเป๋าใส่ของไปติดตาข่ายที่เจ้าหน้าเรือนจำใช้กางดักสิ่งของที่ถูกขว้างจากภายนอกเข้ามาในเรือนจำช่วงกลางคืน

ดังนั้น ทุกเช้าก่อนปล่อยนักโทษออกจากเรือนนอนจะมีเจ้าหน้าที่เดินตรวจรอบรั้วและพบของทั้งหมดติดอยู่บนตาข่าย จึงได้ตรวจยึดมาและไม่ทราบผู้กระทำผิด แต่คาดว่าเป็นของพวกขาใหญ่ในเรือนจำ ที่ให้พรรคพวกด้านนอกจัดหาและโยนเข้ามาให้ ซึ่งเรือนจำจะได้สืบสวนทางลับหาตัวนักโทษที่สั่งของทั้งหมดต่อไป

ข้อมูล , ภาพ : ASTV

http://pics.manager.co.th/Images/555000011952501.JPEG

 

ข้อมูล  :  KCL

โยนยาบ้า-มือถือเข้าเรือนจำอุบลฯ แต่ติดรั้ว

ที่เรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานี  นายชัยโรจน์ สินธุพุฒิพงศ์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลาง จ.อุบลราชธานี  ได้แถลงข่าวการยึดยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือ ที่ขบวนการค้ายา ได้โยนเข้าไปภายในเรือนจำ แต่ไปติดอยู่ที่รั้ว ซึ่งทางเรือนจำ ได้ทำป้องกันการโยนสิ่งของเข้าไปถึง 4 ชั้น

ทั้งนี้เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า วันที่ 14 ก.ย. ก่อนถึงเวลาปล่อยผู้ต้องขังออกมาทำกิจกรรม ได้มีเจ้าหน้าที่สายตรวจของเรือนจำเดินลาดตระเวนรอบๆ เพื่อหาสิ่งของผิดกฎหมายหรือสิ่งผิดปกติ กระทั่งมาถึงบริเวณริมรั้วชั้นที่ 3 พบสิ่งของห่อด้วยพลาสติกสีดำตกอยู่ จึงนำมาตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน 1,748 เม็ด ยาไอซ์ 131 กรัม นอกจากนี้ยังพบกระเป่าสีดำตกอยู่ ตรวจสอบพบโทรศัพท์มือถือ บรรจุอยู่ 31 เครื่อง และที่ชาร์จโทรศัพท์ 10 ชุด

นายชัยโรจน์ กล่าวว่า หากโทรศัพท์หลุดรอดเข้าไปภายในเรือนจำ จะมีการซื้อขายกันถึงเครื่องละ 8 หมื่นบาท ส่วนยาบ้าขายเม็ดละ 600 บาท จึงทำให้มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดพยายามจะลักลอบส่งของผิดกฎหมายเหล่านี้เข้าไปภายในเรือนจำในทุกรูปแบบ ทั้งลักลอบนำใส่ในอาหาร เสื้อผ้าหรือหนังสือ รวมทั้งการโยนข้ามรั้ว ซึ่งแนวทางการป้องกันได้กำชับจัดชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สายตรวจรถจักรยาน จำนวน 10 นาย ออกตรวจรอบรั้วกำแพงตลอด 24 ชม. เพื่อป้องกันการโยนยาเสพติดและโทรศัพท์เข้าไปในเรือนจำ