คนอุบลร่วมกำหนดอนาคตตนเอง ผู้ใหญ่บ้านศรีไคจวกราชการเอกสารท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

เมื่อ วันที่ 30 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา  เครือข่ายสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยจังหวัดอุบลราชธานี  ได้มีการจัดเวทีระดมความคิดเห็นปฏิรูปประเทศไทย…ปฏิรูปอุบล  ฮ่วมเฮ็ด  ฮ่วมส่าง “อนาคตอุบลใน 10 ปี” ณ ห้องประชุมพิบูลมังสาหาร ตึกอธิการบดีหลังใหม่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม ประมาณ 60 คน ซึ่งการจัดเวทีครั้งนี้ถือเป็นเวทีแรกในการระดมความคิดเห็นต่อเวทีปฏิรูป ประเทศไทยจังหวัดอุบลราชธานี  ซึ่งได้แบ่งการจัดประชุมทั้งหมดออกเป็น 4 โซน โดยครั้งนี้เป็นการจัดเวทีของโซนที่ 3 ที่ประกอบไปด้วยอำเภอวารินชำราบ  สำโรง  สว่างวีระวงศ์  พิบูลมังสาหาร  โขงเจียมและสิรินธร

ในช่วงเช้า ดร.สุรศักดิ์  บุญเทียน ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานปฏิรูป ได้บรรยายในหัวข้อ “ทำไมต้องปฏิรูป” โดยได้กล่าวถึง การออกแบบการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ  โดยการจัดความสัมพันธ์แบบใหม่ให้ภาคประชาชนมีบทบาทในการพัฒนาตนเองและวาง แผนว่าอนาคตอยากให้พื้นที่ตนอยู่เป็นอย่างไร  เพื่อให้ตรงกับสิ่งที่ประชาชนอยากได้  ซึ่งจะเรียกว่ายุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดแบบบูรณาการอนาคตอุบลในอีก 10 ปี ซึ่งแผนที่จะเกิดนั้นจะต้องมาจากความต้องการร่วมกันของทั้งภาคเอกชนธุรกิจ ภาคประชาชนและภาครัฐ

ที่ประชุมได้มีการนำเสนอตัวอย่างพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จที่เรียกว่า ธรรมนูญประชาชน  โดยได้ยกตัวอย่างจังหวัดอำนาจเจริญ  ซึ่งมีตัวแทนคณะทำงานมาเล่าให้ฟังถึงวิธีการทำงาน  โดยมีนายสัตพร  ศรีสุวรรณ  จากขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ  ได้เล่าถึงกระบวนการทำงานว่าจะต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งและให้คณะทำงานลง พื้นที่ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนทุกชุมชน  ซึ่งในแต่ละชุมชนก็ได้มีการสร้างแกนนำอย่างน้อย 5 คนและได้มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลในจังหวัดอำนาจเจริญเต็มพื้นที่ทั้ง หมด 63 ตำบล ในการทำงานได้ยึดเอาหลักวิถีภูมิปัญญาชุมชนเป็นที่ตั้งเพื่อให้สอดคล้องกับ การดำเนินชีวิตของทุกคน จากนั้นก็ได้นำข้อมูลจากพื้นที่มาวิเคราะห์และมีนักวิชาการจากหลาก หลายมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยเพื่อนำข้อเสนอมายกร่างและในที่สุดคนอำนาจเจริญก็ได้ประกาศใช้ธรรมนูญของจังหวัดตนเองโดยเป็นธรรมนูญที่ประชาชนทำเอง

นายสมเกียรติ  พ้นภัย  ตัวแทนจากอำเภอโขงเจียมกล่าวว่า  ที่ผ่านมาได้มีความพยายามเพื่อทำให้เกิดสภาองค์กรต่างๆจากหลายๆหน่วยงาน  แต่ก็ถือว่ายังทำงานไม่ประสบความสำเร็จ  ซึ่งตนมองว่า  ถ้าจะมีการพัฒนาหรือทำแผนอะไรสักอย่างให้ดีจำเป็นจะต้องทำความสะอาดเรื่อง เก่าๆให้ดีก่อน  ซึ่งอุบลราชธานีมีปัญหาต่างๆทับถมอยู่หลายเรื่อง  ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางสังคม  เช่น  ยาเสพติด  หรือปัญหาคอรัปชั่นและที่สำคัญปัญหาอันเกิดจากการพัฒนาของรัฐ  เช่น  การละเมิดสิทธิ์เรื่องการจัดการทรัพยากร  เช่น  กรณีการสร้างเขื่อนปากมูล  ซึ่งปัญหาเหล่านี้ยังไม่หมดไปจากพื้นที่  ดังนั้นถ้าจะทำความสะอาดจำเป็นจะต้องปัดกวาดของเก่าๆออกก่อน

นายทศพล  ไกรพันธุ์  ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนจากตำบลเมืองศรีไค  ก็ได้แสดงความคิดเห็นเช่นกัน โดยกล่าวว่า  ปัจจุบันการทำงานของหน่วยงานรัฐได้เน้นเฉพาะเรื่องเอกสาร  ซึ่งตนเป็นผู้ใหญ่บ้านจะรู้ดีว่า  ในแต่ละวันจะต้องหมดเวลากับการกรอกข้อมูลหรือการทำรายงานมากแค่ไหน  ซึ่งปัญหานี้เกิดจากกลไกการทำงานของหน่วยงานรัฐที่อยากจะเห็นแต่ข้อมูล  ดังนั้น  ถ้าจะให้ดีการทำงานจะต้องให้น้ำหนักกับการทำงานในพื้นที่ให้มากๆไม่ใช่อ้าง ว่าติดแต่ระเบียบราชการหรือข้อกฎหมายจนไม่สามารถดำเนินงานต่างๆที่ประชาชน ต้องการได้

จากนั้นในช่วงบ่ายได้มีการแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็นหัวข้อต่างๆเพื่อระดมข้อมูล ความต้องการที่เกิดจากประชาชนที่เข้าร่วมในเวที  ซึ่งประกอบไปด้วยประเด็นด้านการเกษตร  ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม  เศรษฐกิจ  การศึกษาและสังคม  การเมืองการปกครอง  สุขภาพและประเด็นอื่นๆที่นอกเหนือจากประเด็นที่กล่าวมา  ซึ่งข้อมูลจากเวทีที่ได้ในวันนี้จะได้นำไปรวมกับอีก 3 เวทีที่เหลือ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลว่าสิ่งที่ประชาชนคนอุบลมุ่งหวังคืออะไร เพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนข้อเสนอผ่านนโยบายจังหวัดที่จะเสนอนโยบาย ต่อรัฐบาลต่อไป

สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี