เวทีสะท้อนความเห็นต่อ สปสช.ที่อุบลฯเข้ม ประชาชนขอมาตรฐานเดียวในการรักษาพยาบาล

เวทีสะท้อนความเห็นต่อ สปสช.ที่อุบลฯเข้ม ประชาชนขอมาตรฐานเดียวในการรักษาพยาบาล

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2555 ที่หอประชุมพนาภินันท์ โรงพยาบาลอำเภอตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ได้มีการจัดประชุมเวทีสมัชชาประชาพิจารณ์หลักประกันสุขภาพเพื่อรับฟังความคิดเห็นทั่วไปแบบมีส่วนร่วมของผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ตามมาตรา 18 (13) ประจำปี 2555 โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพเขต 10 อุบลราชธานี ร่วมกับมูลนิธิประชาสังคมจ.อุบลราชธานี และภาคีเครือข่าย  ซึ่งเป็นเวทีที่ 4 ต่อเนื่องจากสามเวทีที่ผ่านมา โดยเวทีนี้ได้ตระเวนมาจัดที่อำเภอตระการพืชผลมีประชาชนจาก 6 อำเภอเข้าร่วม ได้แก่ ตระการพืชผล กุดข้าวปุ้น เขมราฐ นาตาล ศรีเมืองใหม่และโพธิ์ไทร มีผู้เข้าร่วมประชุมอย่างคึกคักประมาณกว่า 120 คน

การประชุมครั้งนี้ถือว่ามีความเข้มข้นเป็นพิเศษ ผู้เข้าร่วมประชุมต่างแสดงทรรศนะอย่างตรงไปตรงมาโดยเฉพาะประเด็นเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลที่ในเวทีเสนอว่าอยากให้มีระบบรักษาพยาบาลมาตรฐานเดียว นั่นคือ 1 คน 1 บัตร 1 สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถือบัตรข้าราชการ บัตรประชาชน หรือบัตรประกันสังคมก็ตาม โดยอยากให้ระบบการรักษาและบริการให้มีมาตรฐานเดียวและสามารถใช้บัตรที่มีเลข 13 หลัก ในการยื่นรักษาพยาบาลกับทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศได้ เพื่อความสะดวกและเป็นการไม่เลือกปฏิบัติ เพราะสิ่งเป็นอยู่ในปัจจุบันการบริการของหน่วยงานด้านสุขภาพบางแห่งมักจะเลือกปฏิบัติ โดยให้บริการที่ดีไม่ว่าจะเป็นห้องพักรักษาตัว การจ่ายยาและบริการด้านอื่นๆให้กับผู้ที่ถือบัตรข้าราชการและบัตรประกันสังคมก่อน เพราะถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่สามารถเบิกได้ ส่วนประชาชนผู้ที่ถือบัตรทองทั่วไปกลับให้การบริการอีกแบบหนึ่ง ซึ่งผู้เข้าร่วมเวทีต่างก็สะท้อนว่าเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมให้กับคนทุกข์คนยาก

นางดอกไม้ ปวะบุตร พยาบาลเวชปฏิบัติจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเป้า อำเภอตระการพืชผลกล่าวว่า ถ้าระบบการรักษาพยาบาลสามารถปฏิบัติได้เหมือนกันทั่วประเทศโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติว่าใครมีสิทธิ์ใช้บัตรอะไรจะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แต่ในส่วนของตนซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลซึ่งทำงานให้บริการกับประชาชนในระดับชุมชน ถือว่าการบริการในระดับชุมชนนั้นทุกคนได้รับการบริการอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้นในระดับชุมชนจึงไม่มีปัญหาในด้านนี้ แต่ในส่วนของหน่วยบริการขนาดใหญ่นั้นยังถือว่ามีระบบบริการที่ไม่เท่าเทียมกัน คนไข้ที่เป็นข้าราชการสามารถเลือกรับยานอกกรอบหรือยาจากต่างประเทศได้ เนื่องจากสามารถเบิกได้แต่ถ้าเป็นประชาชนธรรมดาก็อาศัยยาทั่วไป ซึ่งตนมองว่าไม่มีความเท่าเทียมถ้าจะให้ดีน่าจะมีบริการที่ดีให้กับประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน

นอกจากนี้ในเวทียังได้เสนอประเด็นอื่นๆ เช่น เรื่องเกณฑ์มาตรฐานในการบริการผู้ป่วยฉุกเฉิน เพราะที่ผ่านมาการรักษาผู้ป่วยหรือการบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยยังมีความสับสนอยู่ว่าอะไรคือเกณฑ์ชี้วัดว่าเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินเพราะเกณฑ์ของแต่ละที่ไม่เท่ากัน ดังนั้น อาจทำให้เกิดความสับสนในการบริการผู้ป่วยได้ ในช่วงสุดท้ายผู้อำนวยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 10 ซึ่งได้เข้าร่วมเวทีตั้งแต่ต้นจนครบกระบวนการได้กล่าวสรุปถึงภาพรวมของงานและได้ตอบคำถามถึงข้อเสนอแนะที่เกิดขึ้นในเวทีเบื้องต้น เพื่อนำเรื่องที่รับฟังไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อให้ระบบหลักประกันสุขภาพสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด