10 ปี การขับเคลื่อนกองทุนสื่อสร้างสรรค์ ภาคประชาชน

เมื่อประมาณ พ.ศ.2546 กว่า 76  องค์กรได้ร่วมกันเริ่มต้นผลักดันร่างกฏหมายกองทุนสื่อเด็ก โดยมีทั้งงานวิจัยการจัดตั้งกองทุนสื่อสร้างสรรค์ การรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ไม่ต่ำกว่า  20 ครั้งทั่วประเทศ

ร่างพระราชบัญญัติ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. ….ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553 และผ่านการพิจารณาของกฤษฏีกาแล้ว แต่มีการยุบสภาก่อน  และต่อมาในสมัยรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้นำร่างกลับมาผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อ 2 เมษายน 2555 และกำลังจะเข้าสู่สภา

เครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนหลายเครือข่าย ที่ร่วมขับเคลื่อนมาตั้งแต่ต้น เห็นว่าร่างกฏหมายที่กำลังจะเข้าสภานี้จะมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น  หากให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอกฏหมาย  และเพื่อให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ที่รัฐธรรมนูญได้ระบุว่าประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อเสนอกฏหมายได้  ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาชน  จึงได้รวบรวมรายชื่อ มากกว่า 1 หมื่นรายชื่อ  เพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. ….   ฉบับเครือข่ายประชาชน

ประเด็นสำคัญของร่างพรบ.กองทุน ฯ ฉบับ ภาคประชาชน 

1. แนวคิด – ภารกิจของกองทุนฯ

  • กองทุนนี้ต้องมีเป้าหมายเน้นไปที่  เด็ก –เยาวชนและครอบครัว เพราะเป็นโจทย์ใหญ่ร่วมกันของสังคม  ที่พบว่าเด็กเยาวชนใช้เวลาอยู่กับสื่อมากกว่าอยู่ในห้องเรียน  แต่สื่อสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเด็กเยาวชนและครอบครัวมีน้อยมาก เด็กเยาวชนขาดทักษะการเท่าทันสื่อ และขาดพื้นที่สร้างสรรค์ ทำให้เกิดปัญหาสังคมมากมายตามมา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้กระบวนการสื่อสร้างสรรค์เพื่อสร้างการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนและครอบครัว  และคนในชุมชน ให้ได้เรียนรู้สิ่งดีๆ  เปลี่ยนแปลงตนเอง พัฒนาชุมชน สังคมให้ดีขึ้น
  •  กองทุนต้อง ให้ นิยาม  ”สื่อ”  ในมุมที่กว้าง  รวมไปถึงสื่อโดยเด็กเยาวชน ครอบครัว และชุมชน ไม่ใช่สื่อโดยผู้ประกอบวิชาชีพสื่อเท่านั้น
  • กองทุน ไม่ใช่เรื่องของ”เงิน” เพื่อการผลิตสื่อ   แต่เป็นการสร้างและบูรณาการให้ทุนทางสังคมทุกด้านทั้งด้านความคิด จินตนาการ  ทรัพยากรอื่นๆ มาร่วมสนับสนุนการใช้สื่อเพื่อสร้างการเรียนรู้อย่างยั่งยืนแก่เด็กเยาวชนและครอบครัว
  • กองทุนต้องให้ความสำคัญกับการ สร้างนวัตกรรม  บูรณาการกับภาคส่วนต่างๆ  และระดมสรรพกำลังและทุนทางสังคมให้มามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบสื่อสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ไม่ควรเน้นภารกิจในการตรวจสอบและปราบปรามสื่อร้ายเพราะมีกลไกอื่นกำกับดูแลอยู่แล้ว

2.โครงสร้าง กองทุนฯต้องเน้นการมีส่วนร่วมของฝ่ายต่างๆ

  • เพื่อให้เกิดการการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์  กองทุนต้องมีโครงสร้างและรูปแบบการบริหารจัดการแบบก้าวหน้า  มีความคล่องตัว มีตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมในสัดส่วนที่เหมาะสม  มีโครงสร้างที่สะท้อนความมีธรรมาภิบาล   และมีกลไกที่ให้ภาคประชาชนในท้องถิ่นเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
  • โครงสร้างกรรมการ  อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง มาจากตัวแทนภาคประชาชน ที่ทำงานด้านสื่อ ด้านเด็กเยาวชน ด้านการเรียนรู้การศึกษาฯ โดยการสรรหา
  • มีกลไกการมีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประชาชนสามารถเสนอแนะต่อทิศทางการบริหารจัดการและการดำเนินงานของกองทุนได้  โดยผ่านกลไก ”สภาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” และ ”สมัชชาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์”

3. ความเท่าเทียมในการเข้าถึงกองทุน

  • ให้ประชาชนทุกกลุ่ม ที่มีเป้าหมายใช้สื่อเพื่อพัฒนาเด็ก เยาวชนครอบครัว ชุมชน ทั้งในระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง  รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส เช่น กลุ่มคนพิการ, กลุ่มแรงงาน, กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มคนชายขอบ ฯลฯ มีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากกองทุนนี้อย่างเท่าเทียม ไม่เฉพาะวิชาชีพสื่อมวลชนหรือภาคธุรกิจเท่านั้น
  •  กองทุนต้องทำให้เกิดการกระจายทรัพยากร และ การเข้าถึงของภาคส่วนต่างๆ  ทำให้เกิดระบบการสนับสนุนที่ต่อเนื่อง และครอบคลุมถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายอย่างเท่าเทียม

ภาพประกอบจาก http://blog.tvthainetwork.com/