ปรับค่าบริการอุทยานฯทั่วไทย
“ผาแต้ม”อุบลฯเพิ่มจาก 40 เป็น 100 เริ่มตุลานี้

ปรับค่าบริการ 33 อุทยานฯดังทั่วไทย มีผล 1 ต.ค.นี้

กรมอุทยานแห่งชาติฯ ปรับค่าบริการใหม่ 33 อุทยานดังทั่วประเทศ “อินทนนท์-ภูกระดึง-เขาใหญ่-สิมิลัน” มีผล 1 ต.ค.นี้ ต้อนรับเปิดฤดูท่องเที่ยว คนไทยจาก 40 เป็น 100 บาท ต่างชาติ 400 เป็น 500 บาท มั่นใจนักท่องเที่ยวไม่หนี คาดรายได้เพิ่มจาก 300 เป็น 500 ล้านต่อปี…

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงนามในประกาศกรมอุทยานฯ เรื่องการกำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลเข้าไปในอุทยานฯ จำนวน 33 แห่ง ระบุว่า แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานฯ หลายแห่ง มีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวจำนวนมาก จนอาจนำไปสู่ความเสื่อมโทรมของสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งยากแก่การฟื้นฟูและบริหารจัดการให้คงสภาพ ประกอบกับได้ดำเนินการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก การให้บริการ และการให้ความรู้ กิจกรรมการท่องเที่ยว การรักษาความปลอดภัย การรักษาความสะอาดและสุขภาพอนามัย

ทั้งนี้ จึงได้กำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลเข้าไปในอุทยานฯ คือ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 300 บาท สำหรับอุทยานฯ ทั้ง 33 แห่ง ที่มีการปรับอัตราค่าบริการใหม่ ประกอบด้วย ภาคเหนือ 8 แห่ง ได้แก่ 1. แจ้ซ้อน จ.ลำปาง 2. ผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่ 3. สุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ 4. อินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 5. ทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก-เพชรบูรณ์ 6. น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์-ชัยภูมิ 7.ภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก-เลย 8. ห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ 9. เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา 10. ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี 11. ภูกระดึง จ.เลย 12. ภูเรือ จ.เลย ภาคตะวันออก ได้แก่ 13. เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด 14. น้ำตกพลิ้ว จ.จันทบุรี 15. หมู่เกาะช้าง จ.ตราด ภาคตะวันตก 16. แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 17. เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี 18. ไทรโยค จ.กาญจนบุรี 19. เอราวัณ จ.กาญจนบุรี ภาคใต้ ได้แก่ 20. เขาสก จ.สุราษฎร์ธานี 21. ตะรุเตา จ.สตูล 22. ธารโบกขรณี จ.กระบี่ 23. หมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ 24. หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา 25. หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา 26. หมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี 27. หาดเจ้าไหม จ.ตรัง 28. หาดนพรัตน์ จ.กระบี่ 29. อ่าวพังงา จ.พังงา

ทั้งนี้ ในส่วนอุทยานฯ 4 แห่งที่จัดตั้งขึ้นใหม่ คือ 30. ขุนขาน จ.เชียงใหม่ 31. เข้าค้อ จ.เพชรบูรณ์ 32. ดอยภูนาง จ.พะเยา และเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จ.ราชบุรี คิดอัตราค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป

นายดำรงค์ กล่าวว่า การปรับค่าเข้าอุทยานจาก 40 บาท เป็น 100 บาทนั้น เฉพาะอุทยานขนาดใหญ่ และอุทยานทางทะเลเท่านั้น เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อุทยานแห่งชาติสิมิลัน ฯลฯ จำนวน 33 อุทยานทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม หากมีเสียงคัดค้านกันมามากเพราะคิดว่าราคาดังกล่าวสูงเกินไปก็จะต้องมาพิจารณาถึงเหตุผลกันอีกครั้ง

เมื่อถามว่าสาเหตุที่ปรับอัตราค่าเข้าอุทยานฯ เป็นผลมาจากการไปดูงานในต่างประเทศใช่หรือไม่ นายดำรงค์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน แต่ราคานี้ได้ศึกษาความเหมาะสมเอาไว้อยู่แล้ว ทั้งนี้ หลักการจ่ายเงินค่าเข้าไปท่องเที่ยวและศึกษาหาความรู้ในเขตอุทยานแห่งชาติหลักการหนึ่งคือ การเสียสละเงินส่วนหนึ่งเพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติโดยส่วนรวม ถือเป็นการทำนุบำรุงทรัพยากรวิธีการหนึ่ง

ด้าน นายวิทยา หงษ์เวียงจันทร์ ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ปรับราคา เพราะไม่มีการปรับราคามาหลายสิบปีแล้ว เวลานี้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีราคาสูงขึ้น เงินที่เก็บได้ในปัจจุบันก็ไม่เพียงพอกับค่าบำรุงรักษาอัตรา 100 บาท คำนวณจากขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวในแต่ละอุทยานว่าได้เท่าไร ค่าบำรุงรักษาเท่าไร เมื่อคำนวณออกมาจะอยู่ที่ราคา 100 บาท สำหรับผู้ใหญ่ และราคา 50 บาท สำหรับเด็ก ทั้งนี้ ในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นทวีปยุโรป กัมพูชา ก็มีราคาประมาณนี้และสูงกว่านี้ทั้งนั้น โดยเฉพาะที่กัมพูชา ค่าเข้าในอุทยานแห่งชาติคิดหัวละ 30 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 900 บาท ในอเมริกา และยุโรป ก็มีอัตราค่าเข้าสูงกว่าอุทยานในประเทศไทยมาก

เมื่อถามว่าจะทำให้อัตรานักท่องเที่ยวลดลงหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ในสถิติที่เก็บมาทั้งปี พบว่าทุกอุทยานในประเทศไทยมีปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งนี้ จะขึ้นราคาเฉพาะอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่เท่านั้น อุทยานฯ เล็กๆ ยังราคาเท่าเดิม ปกติกรมอุทยานฯ จะมีงบประมาณให้อุทยานแห่งชาติแต่ละที่ อุทยานละประมาณ 10 ล้านบาท แต่เงินจำนวนดังกล่าวต้องแบ่งไปใช้สำหรับดูแลเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่า การดูแลทรัพยากรในพื้นที่ ซึ่งเหลือเงินไม่เพียงพอต่อการดูแลอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสีย แต่ละอุทยานที่มีราคาค่อนข้างสูง ทั้งนี้ ราคาค่าเข้าอุทยานฯ ที่เพิ่มขึ้นจะนำไปบริหารจัดการให้ความสะดวกกับนักท่องเที่ยวมากขึ้น คาดว่ารายได้เฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นจาก 300 ล้านบาทเป็น 500 ล้านบาท.

ข้อมูล : ไทยรัฐ   

ภาพ : http://www.rakkorat.com/stories/files/news/2010_11_03_101310_rtmgruat.jpg