นพ.สสจ.อุบลฯรณรงค์แก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ปี 2555

นายแพทย์สุรพร ลอยหา นายแพทย์สาธารณสุข กล่าวถึง การรณรงค์แก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ปี 2555 เน้นมาตรการเข้มในการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุข ตลอดจนการอำนวยความสะดวกเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ดังนี้

เรื่องแรกการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันการระบาดของโรคมือ เท้า ปาก ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ขยายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคมือ เท้า ปาก และเข้มข้น 2 มาตรการสำคัญ คือ การป้องกันควบคุมโรค และการรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะการดูแลพื้นที่เสี่ยงการติดเชื้อ ได้แก่ สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา ให้ตรวจคัดกรองเด็กป่วย มีอาการไข้ หรือสงสัยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ให้หยุดเรียนและไปรับการรักษา ทำความสะอาดสถานที่ รถรับส่งนักเรียน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ภายในโรงเรียน ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรค ดำเนินการด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคที่อาจจะเกิดขึ้นตามสถานศึกษา รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนในการป้องกันโรค และปฏิบัติตามแนวทางป้องกันควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนให้รู้ถึงสถานการณ์ที่ถูกต้องและรู้วิธีในการป้องกันโรคอย่างครบถ้วนโดยเน้น “ กินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ ” ล้างมือด้วยน้ำหรือสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลบ่อย ๆ รับประทานอาหารแยกจากผู้อื่นหรือใช้ช้อนกลาง ไม่ใช้ของส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำร่วมกับผู้อื่น มีการจัดเตรียมป้ายประชาสัมพันธ์ตามจุดต่าง ๆ การจัดทำของที่ระลึกสื่อดอกบัวประชาสัมพันธ์ “ โรคมือ เท้าปาก ” และขอความร่วมมือจากประชาชนและสื่อมวลชนในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสนับสนุนการประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคต่อไป

เรื่องที่สอง การดำเนินการอาหารปลอดภัย เน้นการตรวจสอบสารปนเปื้อน 5 ชนิด ที่มีการจำหน่ายในห้วงระยะเวลาดังกล่าว การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ตลอดจนขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในจังหวัดอุบลราชธานี ในการจัดเตรียมอาหารที่สะอาด ปลอดภัย เพื่อจำหน่ายแก่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงาน

เรื่องที่สาม การเตรียมความพร้อมของงานบริการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ในช่วงเทศกาลแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินโดยมีการเตรียมการดังนี้ระบบแจ้งเหตุ มีศูนย์รับแจ้งเหตุจากสายด่วน 1669 จัดเจ้าหน้าที่ขึ้นปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับโทรศัพท์ ให้คำแนะนำด้านสุขภาพและประสานรถพยาบาลกู้ชีพด้านการรักษาพยาบาล มีการเตรียมรถฉุกเฉินของหน่วยบริการทั้งภาครัฐและเอกชนไว้บริการประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน มีรถกู้ชีพ ปฏิบัติงานทุกอำเภอด้านการบริการในโรงพยาบาล ได้มีการเตรียมความพร้อม ทีมแพทย์ พยาบาลและอุปกรณ์ต่าง ๆเพื่อรองรับกรณีเกิดอุบัติเหตุกลุ่มชน มีการเตรียมความพร้อม การรับส่งต่อของสถานพยาบาลในเครือข่าย ( Referral System ) ซึ่งมีโรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์เป็นแม่ข่าย

และโครงการ “ ลดอ้วนสร้างบุญ ” ขอเชิญชวนคนไทยและผู้มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ร่วมปวารณาตน ทำความดีในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ด้วยการลดน้ำหนักตัวเองเพื่อให้มีสุขภาพดี ร่วมสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ น้อมถวายเป็นพุทธบูชา ภายในงานมีนิทรรศการ 3 อ. 2 ส. เผยแพร่ความรู้ปัญหาการเจ็บป่วยที่มีสาเหตุมาจากความอ้วน ในช่วง 3 เดือนตลอดเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม – 30 ตุลาคม 2555 และในปีนี้ตรงกับพุทธชยันตี 2,600 ปีแห่งการตรัสรู้ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับเป็นเป็นมหาฤกษ์ที่ดี กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำโครงการรณรงค์ทำความดีเข้าพรรษา ให้ทุกจังหวัดเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศและผู้มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ลดน้ำหนัก เพื่อลดอ้วน หรือพูดว่าสลายไขมันให้เป็นบุญกุศลมีชีวิตยืนยาว เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับโรคอ้วนซึ่งเป็นมหันตภัยเงียบ คุกคามและทำร้ายสุขภาพประชาชน ทำให้เกิดโรควิถีชีวิตได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ หลอดเลือดสมอง และมะเร็ง กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติและบั่นทอนคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างร้ายแรงและบั่นทอนเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณในการดูแลรักษาโรคอ้วนและโรคต่าง ๆ ที่สัมพันธ์ต่อเนื่องจากโรคอ้วน อาทิ อัมพฤกษ์ อัมพาต รวมทั้งโรคข้อกระดูกเสื่อม มากกว่าปีละ 1 แสนล้านบาท กระทรวงสาธารณสุขไม่มีนโยบายให้ประชาชนกินยาลดอ้วน เนื่องจากเป็นวิธีที่ผิดและอันตรายถึงชีวิต โดยใช้หลักปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคือ 3 อ. 2 ส. โดย 3 อ.ประกอบด้วย เลี่ยงกินอาหารหวานจัด มันจัด เค็มจัด เช่น เค้ก คุกกี้ มันฝรั่งทอด โรตีสายไหม เป็นต้น ออกกำลังกายทุกวัน วันละอย่างน้อย 30 นาที ซึ่งจะให้อารมณ์จิตใจแจ่มใส และ 2 ส.คือไม่ดื่มสุราและไม่สูบบุหรี่ วิธีการง่าย ๆ นี้จะสามารถบริหารจัดการและเอื้อต่อการลดความอ้วนได้ โดยโครงการ “ลดอ้วนสร้างบุญ” นี้กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งเงินกองทุนเริ่มต้นเป็นเงินกองบุญไว้ที่ 1 ล้านบาท โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ สามารถกำหนดน้ำหนักส่วนเกินที่สามารถลดได้ และแปลงเป็นเงินกองบุญ เพื่อนำเข้าสู่โครงการต่าง ๆ ต่อไปนี้คือ โครงการที่ 1 มูลนิธิวัดพระราม 9 โดย พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล) โครงการที่ 2 มูลนิธิสวนแก้ว โดย พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลป์ยาโณ) โครงการที่ 3 มูลนิธิวิมุตตยาลัย โดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี โครงการที่ 4 สาวิกาสิกขาลัย มหาวิชชาลัยธรรมะเพื่อเยียวยาสังคม โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เสถียรธรรมสถาน และโครงการที่ 5 โครงการศาสนาอื่น ๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่ามีประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
รสสุคนธ์ มณฑา/ข่าว

[nggallery id=82]