กรอ.ย่นแผนสร้างรถไฟรางคู่ “โคราช-อุบล” ชงครม.ดัน วันนี้

กรอ.ย่นแผนสร้างรถไฟรางคู่ “โคราช-อุบล” ชงครม.ดัน จันทร์นี้

กรอ.ดันรถไฟรางคู่ 3.9 หมื่นล้าน โคราช-อุบล เชื่อมเขมร พัฒนาการค้าอีสานตอนล่าง พร้อมไฟเขียวปรับปรุงเส้นทางโลจิสติก 10 เส้น วงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท เข้าครม.พรุ่งนี้ เล็งยกระดับ 3 จุดผ่อนปรนเขื่อมเพื่อนบ้าน ส่งเสริมการค้าชายแดน

วานนี้(29 ก.ค.) ที่โรงแรมทองธารินทร์ จ.สุรินทร์ นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ภูมิภาค โดยมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมกรอ. เห็นชอบให้เร่งรัดการสร้างรถไฟทางคู่ เส้นทางนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร วงเงินค่าก่อสร้างประมาณ 39,000 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จในปี 62 เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ในปี 68 หลังจากที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ทำการศึกษาไว้เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งเส้นทางดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนระบบการขนส่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างได้สะดวกขึ้น ลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าและประชาชนจะไม่เสียเวลาในการเดินทางมากเหมือนในอดีต

นอกจากนี้ กรอ.ยังเห็นชอบการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางถนนจำนวน 10 โครงการ วงเงิน 18,000 ล้านบาท โดยมีโครงการหลักๆ เช่น โครงการก่อสร้างเส้นทางถนนเลี่ยงเมืองจังหวัดสุรินทร์ระยะทาง 7.6 กิโลเมตร การขยายทางหลวงจาก 2 ช่องเป็น 4 ช่องจราจร และโครงการปรับปรุงช่องจราจรโดยเฉพาะสาย 2201 ที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันยังเห็นชอบในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางอากาศโดยเฉพาะโครงการยกรับดับสนามบินอุบลราชธานีเป็นศูนย์กลางของอินโดจีน เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนในปี 58

กรอ.เห็นชอบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้ง การผลักดันการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำโป่งขุนเพชร จังหวัด ชัยภูมิให้แล้วเสร็จในปี 57 เพื่อเป็นแหล่งน้ำให้กับการใช้น้ำตามลำน้ำชี ซึ่งมีการเพาะปลูกเป็นจำนวนมากและเห็นชอบให้มีการเร่งรัดโครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบนเขื่อนชีบน และเขื่อนยางนาดีจังหวัดชัยภูมิให้แล้วเสร็จโดยเร็วโดยผ่านการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีการพิจารณาทบทวนค่าเวรคืนที่ดินแก่ประชาชนในพื้นที่ที่เหมาะสมด้วย

รวมถึงเห็นชอบให้มีการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 20 ล้านบาท เพื่อศึกษาวิจัยโครงการนครราชสีมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ในภูมิภาค โดยมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ พร้อมเตรียมให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการจัดตั้งเขตเศรพิเศษอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรชายแดนที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ทำการศึกษาต่อไป

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวข้างต้นที่ประชุมกรอ.เห็นชอบให้นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.เพื่อให้มีมิตเห็นชอบในวันที่ 30 ก.ค.ต่อไป

ด้าน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเสริมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาในส่วนของการส่งเสริมการค้าชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีการพิจารณามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อครั้งการประขุม กรอ.ครั้งที่ 5 ที่ จ.ชลบุรี โดยมีการเสนอให้ยกระดับจุดผ่อนปรนให้เป็นด่านชายแดนถาวร จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ จุดผ่อนปรนช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ เชื่อมต่อประเทศกัมพูชา จุดผ่อนปรนบ้านยักษ์คุ จ.อำนาจเจริญ เชื่อมต่อประเทศลาว และจุดผ่อนปรนช่องตาอู จ.อุบลราชธานี เชื่อมต่อประเทศลาว โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานความมั่นคงทำการศึกษารายละเอียดเพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ต่อไป

ข้อมูล   :  ASTV

ภาพ :  http://www.bloggang.com/data/moonfleet/picture/1239900406.jpg