อาชีวอุบลฯร่วมศิลปินนานาชาติแสดงประติมากรรมงานเทียนพรรษา

กลุ่มศิลปิน 9 ชาติ ร่วมแสดงงานประติมากรรมจากจิตนาการ ตั้งโชว์ให้ชมของจริงตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 5 ส.ค. ขณะเดียวกันวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ส่งนักศึกษาศิลปกรรมสนับสนุนการสร้างงานของศิลปิน เพื่อสืบทอดไอเดียใช้สร้างแนวคิดในการศึกษาต่อไป

วันนี้( 28 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุบลราชธานี รายงานบรรยกาศการเตรียมงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาประจำปี 2555 ซึ่งจังหวัดใช้ชื่อว่า “111 ลือเลื่อง ฮุ่งเฮืองเมืองธรรมงามล้ำเทียนพรรษา ภูมิปัญญาชาวอุบล” โดยจะมีการนำต้นเทียนพรรษาที่ช่างแกะเทียนประดิษฐ์ขึ้นมาตั้งโชว์ให้ชมตั้งแต่เย็นวันที่ 2 ส.ค. และทำการแห่ต้นเทียนพรรษาให้นักท่องเที่ยวชมไปรอบเมืองในเช้าวันที่ 3 ส.ค.

แต่ก่อนจะถึงช่วงสำคัญของงาน จังหวัดร่วมกับสถาบันการศึกษาและชาวชุมชนจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ก่อน โดยสามารถเดิมชมการแกะสลักเทียนหรือเทียนประเภทติด ที่ช่างฝีมือร่วมกันจัดทำขึ้นตามคุ้มวัดที่ส่งเข้าประกวด ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี กว่า 50 ต้น

ขณะเดียวกันวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดแสดงศิลปะการแกะสลักเทียนนานาชาติที่สถานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ติดกับสนามทุ่งศรีเมือง อ.เมือง โดยมีศิลปินจาก 9 ชาติ เข้าแสดงผลงานตามแนวคิดของแต่ละชาติ การจัดแสดงดังกล่าวมีตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 5 ส.ค.

สำหรับศิลปินนานาชาติที่เข้าร่วมแกะสลักเทียนในปีนี้ ประกอบด้วย นายโยชิโนริ อิชิฮารา จากประเทศญี่ปุ่น ได้แสดงแนวคิดหลังจากเกิดสึนามินอกชายฝั่งเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 ทุกคนก็สวดมนต์ขอพรจากเทพเจ้าฟุโดเมียวโอ หรือพระอจลนาถ เพื่อให้คลายทุกข์โศกและมีความสุขตลอดไป

“ใบหน้าของเทพเจ้าองค์นี้ ดูบึ้งตึง ขึงขัง ไม่ได้แสดงถึงความอ่อนโยน แต่แสดงถึงการควบคุมอย่างเข้มงวด นั่นหมายถึงท่านได้ช่วยขจัดปัญหาและความยุ่งยากต่างๆ”

ด้านศิลปินจากตุรกี “ไอยร่า ทูรัน” ได้แสดงงานเกี่ยวข้องกับสิ่งรอบตัวในวัยเด็ก จากนิทานในวัยเด็กเรามักเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยว”หอคอยลึกลับ” ทำให้เราสงสัยว่ามีอะไรซ่อนอยู่ รูปร่างดูน่าสนุก ตึกตั้งบนฐานครึ่งวงกลม ทำให้รู้สึกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของธรรมชาติ

ส่วน โอม กั๊ทตริ จากเนปาล ใช้การทำสมาธิและความสงบ ทำให้เกิดสมาธิภายในตน ซึ่งการบิดขึ้นด้านบนและล่างของเส้นโค้งนั้น แสดงถึงหลักแห่งชีวิตที่สำคัญ 2 สิ่งคือ ความตึงเครียดและการผ่อนคลาย เปรียบเสมือนการผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้ากลับไปสู่สภาวะปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สภาวะจิตใจแข็งแรงขึ้นและกลับมามีพลังอีกครั้ง

สำหรับศิลปินจาก ยูเครน โอเล็กแซน เดอร์ แมทสุค มากับงาน “สตรีกับตะวัน” โดยเกิดจากวัฒนธรรมโบราณ 3 สิ่ง คือ ภาพโบราณ การเคลื่อนไหว และแรงบันดาลใจที่มีกับดวงตะวัน และ เฟเบี่ยน รุคโค่ ของอาร์เจนติน่า เอาแรงบันดาลใจจากหนังสือชื่อ “บินอย่างไร” แนะนำวิธีการบินสำหรับคนที่อยากบินได้ โดยมีตัวละครนั่งอ่านบนกองหนังสือที่เขาอ่านไปแล้ว และทำให้เขารู้สึกสูงขึ้นเท่าที่จะเป็นไปได้

งานนี้ จึงต้องการสื่อถึงความมุ่งมั่นในการโบยบินและไม่มีสิ่งใดที่สำคัญไปกว่าการอ่านจิตใจตนเองว่ามีสิ่งใดที่เราบินได้สูงกว่าคนอื่น

ขณะที่ สุระชาติ พละศักดิ์ ของไทย สร้างชิ้นงาน “ความงอกงาม แห่งศรัทธา” โดยใช้ข้าวที่เป็นพืชหลักในการดำรงชีวิตของคนทั่วโลก แต่มีอุปสรรค์กับสภาพดิน ฟ้า อากาศ ฝน ไม่ตกต้องตามฤดูกาล วิถีชีวิตของคนในภาคอีสานบางพื้นที่ จึงต้องอาศัยที่พึ่งทางใจตามความเชื่อจนเกิดเป็นวิถีวัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาสืบทอดกันมา

ส่วนพญานาคเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดฝนตก จึงเอารูปทรงแห่งความศรัทธา คือพญานาคเทพแห่งน้ำมาประสานเข้ากับรูปทรงของเมล็ดพันธุ์ข้าว สัญลักษณ์แห่งความเจริญงอกงาม บิดตัวพันกันเป็นเกลียวจากการดิ้นรน แสดงถึงความรู้สึกของชาวนาที่มีความอดทน ดิ้นรน ความพยายาม รอคอย ต่อสภาพดินฝนฟ้า อากาศ ในการทำนาปลูกข้าว ซึ่งกว่าที่จะได้ข้าวมาในแต่ละเมล็ดแสนยากลำบาก

ด้านศิลปินไต้หวัน “หู เหลี่ยน ชิน” สร้างความซับซ้อน เพื่อค้นหาเอกภาพของการเชื่อมโยงภายใน ธรรมชาติในผืนป่าและสังคมมนุษย์ในชีวิตประจำวัน เช่น การไขว้นิ้ว การจูบ จิ๊กซอลล์ การทอผ้าถุง รูปแบบสายน้ำ เพราะทุกสิ่งนี้ คือ สัญลักษณ์ในชีวิตทั้งหมด เพราะความซับซ้อน มีมุมมองได้หลายด้านเมื่อเปลี่ยนตำแหน่งการมอง ก็จะเห็นรูปแบบที่แตกต่างกันในประติมากรรมชิ้นเดียวกัน จินตนาการก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

ซูซานนี่ โพลคเกอร์ ของเยอรมัน ชี้ให้เห็นลักษณะของผู้ชาย 3 ส่วน คือตา จมูก และปาก มาประกอบกันในทิศทางที่แตกต่าง ทั้งแนวตั้ง แนวนอนเรียงลำดับ หรือไม่เรียงลำดับ ซึ่งองค์ประกอบต่างๆของมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของนาฏกรรมแห่งจักรวาลในการทำลายและการสร้างขึ้นมาใหม่

ศิลปินจากโรมาเนีย “บ็อกแดน เอเดรียน เลฟเตอร์” ทำดวงดาวแห่งชีวิต ประกอบด้วยธรรมชาติ ความสมบูรณ์แบบ คณิตศาสตร์ เป็น 3 สิ่งหลักทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบายองค์ประกอบแห่งชีวิตได้ คือ น้ำ ไฟ พื้นโลก อากาศ และจิตวิญญาณ ดาวแต่ละด้านเปรียบเสมือนองค์ประกอบของชีวิตแต่ละด้าน น้ำ เป็นพื้นฐานของจักรวาลเป็นแหล่งพลังงานของชีวิต

พื้นผิวที่เป็นน้ำเสมือนกับคลื่นพายุในทะเล ไฟ เป็นผู้สร้างและผู้ทำลายในเวลาเดียวกัน พื้นโลก เป็น “แม่ของจักรวาล” อากาศ เป็นตัวเชื่อมระหว่างพื้นโลกกับท้องฟ้า และระหว่างน้ำกับไฟเปรียบเสมือนเสรีภาพ จิตวิญญาณ อธิบายเรื่องความขัดแย้งในตน หรือการแสดงออกทั่วไป ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับจิตและวิญญาณของมนุษย์

สำหรับงานของศิลปินทั้ง 9 ชาติ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานีได้ส่งนักศึกษาและอาจารย์จากวิชาศิลปกรรมเข้าร่วมทำกับกลุ่มศิลปินเพื่อรับทอดจิตนาการและสร้างแนวคิดร่วมในตัวนักศึกษาที่ศึกษาแขนงวิชาดังกล่าวด้วย

ภาพ , ข่าว  :  ASTV