คนข้ามเพศอุบลฯ ร่วมสะท้อนความเห็น เสรีภาพทางสรีระ บนความเท่าเทียม

สื่อสร้างสุขจังหวัดอุบลราชธานี, คนข้ามเพศจัดเวทีสะท้อนความคิดความหลากหลายทางเพศ ไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต เพียงครอบครัวให้การยอมรับ ด้านแพทย์ชี้ไม่มีคำอธิบายทางการแพทย์อย่างชัดเจน ความเบี่ยงเพศทางเพศ เกิดจากยีนหรือโคโมโซมตัวใดตัวหนึ่งของร่างกาย ส่วนผู้ร่วมสะท้อนส่วนใหญ่ยันความเบี่ยงเบนทางเพศ เกิดจากความชอบตั้งแต่วัยเด็ก และเริ่มแสดงออกชัดเจนในช่วงเป็นวัยรุ่น

เร็ว ๆ นี้ ที่ลานกิจกรรมห้างสรรพสินค้าโรงแรมสุนีย์แกรนด์ สื่อสร้างสุขจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมโครงการสะพาน โดยการสนับสนุนของ USAID และเปิดเวทีให้ตัวแทนคนข้ามเพศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงความเห็น เพื่อแสวงแนวทางในการดำเนินชีวิตในสังคม โดยมีนายสุชัย เจริญมุขยนันท เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

คุณตู่ ชลิตา ผู้จัดการเสริมความงานแฮร์ดีไซน์กล่าวถึงความนึกคิด ที่ต้องการเป็นผู้หญิงเริ่มตั้งแต่สมัยอยู่ในวัยเรียน แต่ครอบครัวไม่ยอมรับ การศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเกิดปัญหา เนื่องจากต้องการเรียนเรื่องความสวยความงาม แต่ครอบครัวต้องการให้เข้ารับราชการเป็นทหาร ตำรวจ จึงต้องหลบหนีออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามที่ตนเองชอบ ต่อมาครอบครัวเข้าใจความนึกคิดกายเป็นชายใจเป็นหญิง จึงได้กลับมาอยู่กับครอบครัว และเปิดธุรกิจเสริมความงามและมีครอบครัวที่เป็นสุขถึงปัจจุบัน พร้อมมีความเห็นว่าการเป็นกระเทยในความรู้สึกของสังคม ก็ไม่ได้เป็นภัยร้ายแรง แต่กระเทยก็ได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมมากมาย และรู้สึกชื่นชมสังคมปัจจุบันให้การยอมรับบุคคลข้ามเพศมากกว่าอดีต คนมีความเบี่ยงเบนทางเพศไม่ต้องหลบๆซ่อนๆเหมือนอดีต

ด้านคุณศุกวสันต์ วงศ์ธนู ผู้จัดการศูนย์นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า สมัยเด็กชอบเล่นกับเด็กผู้หญิงและชอบของสวยของงาม จึงไม่เหมือนกับเด็กผู้ชายทั่วไป และเริ่มมีความรู้สึกเป็นผู้หญิงในชั้นมัธยม ทำให้พ่อไม่ยอมรับ
มีแต่แม่ที่คอยให้กำลังใจ

“ช่วงหนึ่งของชีวิต เข้าไปอยู่กับคณะหมอลำ จึงพบกับเพื่อนข้ามเพศจำนวนมาก เรียกว่าเป็นแหล่งรวมของคนข้ามเพศทั้งเกย์ กระเทย เพราะคนเหล่านี้ต้องการแสดงออก เพื่อให้สังคมยอมรับการข้ามเพศของตนเอง” แต่มองว่าชีวิตที่อยู่กับคณะหมอลำ ไม่มีอะไรดีขึ้น จึงกลับมาเรียนต่อ ตนเป็นคนชนบทคนเฒ่าคนแก่ไม่ยอมรับ แต่ต่อมาเมื่อเข้าร่วมทำกิจกรรมให้สังคม แววตาที่มองคนข้ามเพศก็เปลี่ยนไป พร้อมการกล้าประกาศตนเองเป็นคนข้ามเพศ ทำให้สังคมมองในแง่ดีที่ไม่ปกปิดตนเอง เนื่องจากการแต่งกายของตนยังเป็นผู้ชาย

ความเห็นในการประพฤติปฏิบัติของคนข้ามเพศ ถ้าไม่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม สังคมก็พร้อมยอมรับการข้ามเพศ แต่หากคนข้ามเพศทำเรื่องไม่ดีงาม ก็เหมือนคนทั่วไปที่สังคมก็ไม่ยอมรับ จึงไม่เกี่ยวกับการเป็นคนข้ามเพศ ทุกอย่างขึ้นกับพฤติกรรมของแต่ละคน

นางรัชนี บุญหนุน ผู้ปกครองของบุตรชายที่เป็นคนข้ามเพศกล่าวให้ความเห็นว่า เป็นแม่ที่มีลูกชาย 2 คน ต่อมาจู่ๆลูกชายคนเล็กได้เข้ามาบอกว่า ไม่อยากเป็นผู้ชาย แต่ต้องการเป็นผู้หญิง ในหัวใจแม่ขณะนั้น รู้สึกตกใจ แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของลูกชาย จึงบอกกับลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ ขอเพียงให้ตั้งใจเรียน ไม่ทำอะไรที่ไม่เหมาะสม และลูกก็เรียนจนจบ โดยระหว่างเรียนไม่เกเรไม่แสดงออกเหมือนคนข้ามเพศทั่วไปที่ต้องการเรียกร้องความสนใจ

แต่มีความรู้สึกกังวลเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อลูกไปสมัครทำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่ง เพราะร่างกายดูเป็นผู้หญิงและลูกได้บอกกับผู้รับสมัครเป็นคนข้ามเพศ แต่เมื่อผลสอบออกมาได้คะแนนสูงตามที่ธนาคารต้องการเมื่อถูกเรียกสัมภาษณ์ก็ไม่ถูกมองด้วยความรังเกียจ และสามารถเข้าทำงานได้กับธนาคารแห่งนั้น

“ทำให้เห็นว่าปัจจุบันสังคมไม่ได้มองคนข้ามเพศเป็นคนผิดปกติ แต่หน่วยงานมองถึงเรื่องความสามารถของคนๆนั้น” การเบี่ยงเบนทางเพศ จึงไม่ใช่ปัจจัยให้มีงานทำหรือไม่มีงานทำ แต่คนข้ามเพศต้องเป็นคนดีที่ทำประโยชน์ให้สังคม ประการสำคัญคือ พ่อแม่ต้องเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของลูก เพื่อให้ลูกสามารถดำเนินชีวิตได้เหมือนคนปกติ

ด้านนายอาคม พุฒพิมพ์ ผู้จัดการศูนย์เพื่อนฟ้าสีรุ้ง จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า คนข้ามเพศปัจจุบันไม่มีแค่ เกย์ ทอม ดี้ กระเทย แต่มีคนข้ามเพศอีกจำนวนมาก ทั้งคนที่เป็นไบเซ็กส์ชวล เลสเบี้ยน สวิงกิ้ง ฯลฯ จะรู้ได้อย่างไรว่าคนนั้นเป็นเพศอะไร ก็ต้องดูรสนิยมทางเพศ เพราะชายบางคนดูร่างกายบึกบึน ถ้าเป็นเกย์ก็น่าจะเป็นเกย์คิง แต่เอาเข้าจริงเมื่ออยู่บนเตียงกลับเป็นเกย์ควีน เพราะชอบถูกกระทำมากกกว่าจะเป็นผู้กระทำ เช่นเดียวกับผู้หญิงบางคนที่ดูภายนอกแสนหวาน แต่กลายเป็นทอมหรือเลสเบี้ยนตัวผู้ ส่วนชายที่มีภรรยา มีลูก แต่เป็นไบเซ็กส์ชวล ชอบทั้งหญิงและชาย ดังนั้นการแยกมนุษย์ว่าใครควรเป็นอย่างไร ดูแต่เพียงภายนอกไม่ได้แล้ว ต้องดูจากพฤติกรรมความนิยมทางเพศเป็นหลักจึงได้ความจริงว่าคนนั้นเป็นคนเพศใด

ส่วน น.พ.จิรวัฒน์ มูลศาสตร์ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี กล่าวถึงคนข้ามเพศ ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ใช้อธิบายยืนยันอย่างชัดเจนเป็นความผิดปกติของโคโมโซม หรือยีนตัวใดตัวหนึ่งของร่างกาย การจำแนกทางเพศขณะนี้ ทำได้เพียงลักษณะของร่างกาย หรือการแสดงออก การแยกเพศในสังคมปัจจุบัน ยังซับซ้อนมีความหลากหลายทางเพศ แต่จะเป็นเพศอะไร ก็ขอให้เป็นคนดี ก็จะได้การยอมรับสังคมไปเอง นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่มจิตเวชกล่าวในที่สุด

[nggallery id=46]