นพ.สสจ.อุบลฯเตือนประชาชนระมัดระวังโรคในฤดูฝน

สถานการณ์ไข้เลือดออกในประเทศไทย เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังเข้มข้นเนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่ไข้เลือดออกเกิดการระบาด แต่จากข้อมูลผู้ป่วยตั้งแต่ต้นปีจนถึงเมษายนมีการระบาดเร็วผิดปกติของจังหวัดที่อยู่ในเขตภาคใต้ชายฝั่งทะเลอันดามัน และจังหวัดในเขตชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (สำนักระบาดวิทยา) ประกอบกับประเทศกัมพูชาก็มีการระบาดของไข้เลือดออกเร็วผิดปกติเช่นกัน (Promed mail) ยิ่งต้องเฝ้าระวังจังหวัดตามพื้นที่ชายแดนอาจมีความเสี่ยงสูงต่อการระบาดของโรคไข้เลือดออกด้วย ซึ่งจากสถานการณ์ระดับประเทศ ตั้งแต่มกราคม – 9 มิถุนายน 2555 พบว่า มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 14,045 ราย อัตราป่วย 21.99 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 9 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.06 โดยพบผู้ป่วยสูงสุด เดือนพฤษภาคม (4,270 ราย) รองลงมา เดือน เมษายน (3,025 ราย) และมีนาคม (2,299 ราย) ตามลำดับ ซึ่งจำนวนผู้ป่วยลดลงจากปีที่แล้ว ร้อยละ 25.53 (18,861 ราย เสียชีวิต 16 ราย) เมื่อจำแนกรายภาค พบว่า ภาคใต้มีผู้ป่วย 3,516 ราย อัตราป่วยสูงสุด 37.26 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาภาคกลาง ผู้ป่วย 6,221 ราย อัตราป่วย 29.51 ต่อประชากรแสนคน ภาคเหนือ ผู้ป่วย 1,662 ราย อัตราป่วย 14.10 ต่อประชากรแสนคน และภาคอีสานผู้ป่วย 2,646 ราย อัตราป่วย 12.27ต่อประชากรแสนคน เมื่อวิเคราะห์รายพื้นที่พบว่า ศรีสะเกษอัตราป่วยสูงสุด 20.18 ต่อประชากรแสนคน รองลงมา มุกดาหาร อัตราป่วย 9.98 ต่อประชากรแสนคน และ นครพนม อัตราป่วย 6.95 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ และพบว่า มุกดาหาร และ ศรีสะเกษ มีอัตราป่วยสูงกว่าภาพรวมเขตสาธารณสุขที่ 11 และ 13 อีกทั้งจังหวัดนครพนม และมุกดาหาร มีอัตราป่วยสูงกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงในสัปดาห์นี้ จังหวัดศรีสะเกษพบผู้ป่วยสูงสุดถึง 70 ราย รองลงมา อุบลราชธานี 14 ราย และมุกดาหาร 13 ราย เมื่อวิเคราะห์อัตราป่วยตามกลุ่มอายุสูงสุด คือ กลุ่มอายุ 10 – 14 ปี อัตราป่วย 34.33 ต่อประชากรแสนคน รองลงมา กลุ่มอายุ 5 – 9 ปี อัตราป่วย 26.51 ต่อประชากรแสนคน และกลุ่มอายุ 15 – 24 ปี อัตราป่วย 15.86 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยเป็นนักเรียนสูงถึง 391 ราย รองลงมา เกษตรกร 84 ราย ในปกครอง 51 ราย และอาชีพอื่น ๆ 20 ราย ตามลำดับ

นายแพทย์สุรพร ลอยหา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า จากสถานการณ์ข้างต้น เพื่อเป็นการป้องกันโรคที่มาในช่วงฤดูฝน ขอให้ประชาชนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สวมเสื้อผ้ารักษาร่างกายให้อบอุ่น เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรค โดยเฉพาะเด็กกับผู้สูงอายุควรดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพอากาศมีความชื้นสูง หนาวเย็น จะทำให้ร่างกายที่มีระดับภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าคนวัยอื่นๆ อยู่แล้ว ต่ำลงไปอีก จึงมีโอกาสติดเชื้อโรคทางเดินหายใจได้ง่าย ควรดื่มน้ำสะอาด เช่น น้ำต้ม รับประทานอาหารที่สะอาดปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม และล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง ถ่ายอุจจาระลงส้วม หากในช่วงที่มีน้ำท่วมขัง และส้วมใช้การไม่ได้ ห้ามถ่ายอุจจาระลงน้ำ ขอให้ถ่ายอุจจาระลงในถุงพลาสติก แล้วปิดปากถุงให้แน่น ประชาชนควรตรวจดูโอ่งน้ำหรือภาชนะเก็บน้ำอื่นให้มีฝาปิดมิดชิด และเปลี่ยนน้ำจานรองขาตู้ แจกันไม้ประดับทุก 7 วัน ปล่อยปลาหางนกยูงในอ่างบัว ทำลายแหล่งที่มีน้ำขัง เช่น กะลา กระป๋อง ยางรถยนต์เก่า เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ทั้งนี้ หลังเดินย่ำน้ำ ลุยน้ำแช่ขังหรือน้ำสกปรก ต้องล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้ง แล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้าที่สะอาด อย่าปล่อยให้อับชื้นเป็นเวลานาน แนะนำให้ใช้เครื่องป้องกันให้เป็นนิสัย เช่น ใส่รองเท้าบู๊ท หลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นที่ชื้นแฉะที่มีการเลี้ยงสัตว์ และสัมผัสปัสสาวะสัตว์ นอกจากนี้ ให้ดูแลความสะอาดบ้านเรือน ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษ หรือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน รวมทั้งขอความร่วมมือให้ทุกพื้นที่ ทุกชุมชน โรงเรียนในพื้นที่ จัดให้มีการรณรงค์ทำความสะอาดโดยพร้อมเพรียงกันในทุกสัปดาห์ และกำจัดลูกน้ำยุงลายป้องกันการระบาดของโรคในแต่ละหมู่บ้าน ตลอดเดือนมิถุนายน ถึงต้นกรกฎาคม 2555 ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการรณรงค์วันไข้เลือดออกอาเซียน (Asean Dengue Day 2012) ดังคำขวัญที่ว่า ” เก็บให้เกลี้ยง ไม่เลี้ยงยุงลาย “

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี