อุบลฯตั้งเวทีฟื้นคืนชีวิตห้วยตองแวด ลำน้ำแห่งวิถีชีวิตชาวชุมชน

นักวิจัยร่วมนักวิชาการ ผู้ประกอบการหอพัก ร้านค้า หาทางช่วยพลิกคืนชีวิตลำห้วยตองแวด ลำน้ำที่เลี้ยงคน 4 ตำบล ในอำเภอวารินชำราบ ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำเสียขั้นวิกฤต ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ ขณะนี้ทำได้เพียงต้องแก้ที่จิตสำนึกของมนุษย์

ที่วัดบ้านโพธิ์ตก ต.โพธิ์ใหญ่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี โครงการสะพานโดยการสนับสนุนของ USAID ร่วมกับนักวิจัยพื้นบ้าน นักวิชาการมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกษตรกร และผู้ประกอบการหอพักและร้านค้าที่ใช้ประโยชน์จากลำห้วยตองแวด ลำน้ำสาธารณะประโยชน์ที่ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบลในอำเภอวารินชำราบ ถก “การพลิกฟื้นคืนชีวิต กู้วิกฤตห้วยตองแวด” โดยมีนายสุชัย เจริญมุขยนันทเป็นผู้ดำเนินรายการ

สำหรับปัญหาของลำน้ำห้วยตองแวด ซึ่งมีพื้นที่ต้นน้ำมาจากตำบลธาตุ อ.วารินชำราบ เป็นแหล่งน้ำใช้เลี้ยงผู้คนทั้งการใช้ดื่มกิน อาบ ล้างภาชนะ ไปจนถึงการทำเกษตรกรรม มีอาณาเขตให้บริการครอบคลุมกว้างไกลถึง 4 ตำบล ซึ่งอดีตลำน้ำแห่งนี้ สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ต่อมาเมื่อชุมชนขยายตัวใหญ่ขึ้น และมีการตั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทำให้มีประชากรจากนอกพื้นที่หลั่งไหลเข้ามาใช้ประโยชน์จากสายน้ำ จึงเริ่มประสบปัญหา เพราะไร้ทิศทางการบริหารจัดการ ทำให้ลำน้ำห้วยตองแวดปัจจุบันอยู่ในสภาพวิกฤต สภาพน้ำไม่สามารถนำมาใช้ได้เหมือนอดีต

น.ส.กิ่งกาญจน์ สำนวนเย็น อาจารย์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งเป็นผู้ดูแลโครงการวิจัยรูปแบบการฟื้นฟูและอนุรักษ์ห้วยตองแวดกล่าวถึงสภาพปัญหาของลำน้ำในวันนี้ว่า คุณภาพน้ำของห้วยตองแวดขณะนี้ อยู่ในขั้นวิกฤตสัตว์น้ำหลายชนิดได้สูญพันธุ์หายไปจากลำน้ำ เพราะได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำเสียจากแหล่งน้ำที่เป็นอาคารบ้านพัก ร้านค้า รวมทั้งสารเคมีที่เกิดจากการทำเกษตรกรรม

คุณภาพน้ำปัจจุบันไม่สามารถนำมาใช้ผลิตน้ำประปา และไม่สามารถใช้ทำเกษตรกรรมได้ เพราะมีความเป็นกรดเป็นด่างสูงมาก โดยชุมชนที่อาศัยลำน้ำแห่งนี้ เริ่มทราบถึงผลกระทบ เมื่อเข้าร่วมศึกษาวิจัยกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยส่งมาเก็บข้อมูล

น.ส.กิ่งกาญจน์กล่าวถึงการพลิกฟื้นคืนชีวิตให้ลุ่มน้ำ ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนหลายฝ่าย ลำพังเพียงชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามลุ่มน้ำเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ จึงเสนอผลงานวิจัยให้ชุมชนทราบถึงมหัตภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาทุกขณะ รวมทั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทราบถึงปัญหาที่เกิดกับลำน้ำสาธารณะแห่งนี้แล้ว

ด้าน ผศ.ดร.อินทิรา ซาอีร์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่า ที่ผ่านมาอาจมีการมองว่ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คือต้นตอทำให้ลำห้วยตองแวดวิกฤต ซึ่งเป็นความจริงส่วนหนึ่ง เพราะการมีมหาวิทยาลัยทำให้เกิดการขยายตัวของชุมชนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ตรงข้ามกับกฏระเบียบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ตามไม่ทันความเจริญเติบโตของชุมชนที่รวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา

ส่วนของมหาวิทยาลัยปัจจุบันมีนักศึกษาพักอาศัยอยู่เพียง 1 ใน 4 ส่วนของนักศึกษากว่า 14,000 คน และมหาวิทยาลัยมีระบบการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่ลำน้ำ “แต่ก็จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ มหาวิทยาลัยจึงขอเป็นเจ้าภาพแก้ปัญหา โดยมีการนัดประชุมหารือกับหน่วยงานท้องถิ่น เจ้าของร้านค้า หอพักรอบมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา หลังการประชุมจะทราบทิศทางการแก้ปัญหาและวิธีการที่ร่วมกันพลิกฟื้นคืนชีวิตให้กับลำน้ำแห่งนี้” รองอธิการบดีท่านนี้กล่าว

ด้าน พ.ท.ประยูร ทรงอยู่ ประธานผู้ประสานงานหอพักจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ผู้ประกอบการหอพักไม่ปฏิเสธที่มีส่วนทำให้เกิดน้ำเน่าเสียในลำห้วยตองแวด เพราะปัจจุบันมีหอพักตั้งอยู่รอบมหาวิทยาลัยจำนวนมาก โดยมีห้องให้บริการกับนักศึกษาระหว่าง 8,000-10,000 ห้อง แต่ในอดีตการก่อสร้างหอพักไม่มีการควบคุมให้ต้องทำบ่อบำบัดน้ำเสีย ปัจจุบันจึงมีหอพักที่มีบ่อบำบัดน้ำเสียเพียง 30% ของจำนวนทั้งหมด

ซึ่งที่ผ่านมามีการประชุมและขอร้องให้ผู้ประกอบการหอพัก รวมทั้งร้านค้าขนาดใหญ่ ทำบ่อบำบัดน้ำเสีย ก่อนปล่อยลงสู่ลำน้ำ แต่ส่วนหนึ่งไม่ต้องการเสียเงินเพิ่ม ทั้งที่การทำบ่อบำบัดมีต้นทุนไม่กี่หมื่นบาท เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่พบ และอีกปัญหาคือ เทศบาลตำบลเมืองศรีไค ยังไม่มีการวางระบบท่อระบายน้ำเชื่อมโยงไปตามชุมชน ทำให้น้ำเสียส่วนหนึ่งที่หอพัก ร้านค้า หรือบ้านเรือนปล่อยทิ้งออกมาเป็นไปตามยถากรรมไม่อยู่ในการควบคุม การแก้ปัญหาน้ำเสียในห้วยตองแวด จึงไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ทำได้เพียงใครมีจิตสำนึกต่อธรรมชาติ ก็ทำการบำบัดก่อนปล่อยน้ำออกมา อีกส่วนก็ยังปล่อยปละละเลย เมื่อมีเจ้าภาพร่วมคิดร่วมทำอย่างจริงจัง ผู้ประกอบการหอพักร้านค้าก็พร้อมให้ความร่วมมือเพราะเป็นผลประโยชน์ของทุกฝ่าย

ด้านนายวศโรจน์ ต่อหยกสกุลชัย รองปลัดเทศบาลตำบลเมืองศรีไค ระบุว่า เทศบาลตำบลเมืองศรีไคเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นที่มีขนาดเล็กและเพิ่งตั้งมาไม่นาน หากมหาวิยาลัยอุบลราชธานีเป็นเจ้าภาพให้ใช้พื้นมหาวิทยาลัยสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียจะแก้ปัญหานี้ได้
เพราะหอพักมีมาก่อนจะมีเทศบาล สำหรับกฏหมายเรื่องสิ่งแวดล้อมใช้ควบคุมหอพักต้องมีบำบำบัดน้ำเสีย ทำได้เฉพาะหอพักขนาดใหญ่ที่มีห้องพัก 80 ห้องขึ้นไป

ส่วนหอพักขนาดเล็กมีเพียงกฏหมายด้านการสาธารณสุข เมื่อปล่อยน้ำเสียที่ไม่ผ่านกระบวนการบำบัดลงสู่ลำน้ำ ก็มีโทษแค่ปรับ และปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลด้านนี้เพียงนายเดียว ไม่สามารถไปบังคับใช้กฏหมายได้อย่างครอบคลุม การแก้ปัญหาขณะนี้ ทำได้เพียงการสร้างจิตสำนึกของคนที่อยู่ในพื้นที่เท่านั้น รองปลัดเทศบาลผู้นี้กล่าว

หลังเวทีเสวนาดังกล่าวเมื่อวันที่16 พฤษภาคม 2555 ที่ห้องประชุมบุณฑริก ตึกอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมปรึกษาหารือต่อยอดจากการเสวนาเพื่อให้เกิดผลในการปฏิบัติอย่างแท้จริง

ผศ.ดร.อินทิรา ซาฮีร์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้เปิดเผยหลังการประชุมว่ากล่าวว่าที่ประชุมได้สรุปแผนงานร่วมกัน 2 แผน คือ 1. แผนเร่งด่วน ได้แก่ การทำโครงการรณรงค์เกี่ยวกับการกำจัดน้ำเสียและผลกระทบห้วยตองแวด การออกพรบ.และเทศบัญญัติ ในเขต การจดทะเบียนวังปลา (ซึ่งเป็นที่สาธารณะ) ขึ้นกับประมงอำเภอหรือจังหวัด การขอให้จังหวัดทำประกาศเขตห้วยตองแวดเป็นเขตควบคุม อนุรักษ์ ฟื้นฟู และการตั้งคณะกรรมการและตั้งอนุกรรมการ ทำแผนแม่บทและติดตามประเมินผลเป็นระยะอย่างเข้มงวดโดยมีตัวแทนจากอบต./เทศบาล/สนง.สวล./ อบจ./ พมจ./ประมงจ./สาธารณสุข(ที่ดูแลสุขภิบาลครัวเรือน) ในเบื้องต้นให้มีกรรมการฝ่าย 4 ฝ่ายดังนี้ กรรมการร่างแผนอนุรักษ์และฟื้นฟู กรรมการด้านกฎหมาย กรรมการด้านสำรวจชุมชน(ระดับพื้นที่) กรรมการรณรงค์สร้างความรู้

ส่วนของแผนระยะยาวนั้น จะมีการจัดทำแผนชุมชน โดยการสำรวจพื้นที่ทั้งชุมชน เพื่อเป็นการสำรวจจุดที่จะทำบ่อบำบัด และดำเนินการสร้างบ่อบำบัดต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.อินทิรา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการดำเนินงานที่ประชุมจะดำเนินงานทั้งสองแผนไปควบคู่กัน ในส่วนที่ของแผนที่สามารถดำเนินงานสอดคล้องกันได้เช่นการสำรวจพื้นที่ที่จะให้ทีมที่ทำโครงการวิจัยไปร่วมกับชาวบ้านออกสำรวจเพื่อดึงให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและเพื่อให้เห็นถึงภาพรวมทั้งหมดที่เกิดขึ้น

เวทีเสวนา “การพลิกฟื้นคืนชีวิต กู้วิกฤตห้วยตองแวด” มีการนำไปเผยแพร่ผ่านช่อง 11 อุบลราชธานี โสภณเคเบิ้ลทีวี สร้างสุขแชนแนล วีเคเบิ้ลทีวี และ http://www.sangsook.net

[nggallery id=48]