ทำไมต้องทำ

อาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ความมั่นคงทางอาหาร หมายถึง การเข้าถึงอาหารถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ควรจะได้รับ ทั้งการได้รับอาหารอย่างเพียงพอ  มีคุณค่าทางโภชนาการ และปลอดภัยจากสารพิษต่างๆ แต่สถานการณ์ปัจจุบัน พบว่าอาหารต่างๆ ล้วนเจือปนด้วยสารพิษ ทั้งพืชผัก ผลไม้ ไม่เว้นแม้กระทั่งข้าวที่เป็นอาหารหลักของคนไทย มีหลายหน่วยงานพยายามผลักดันเรื่องนี้ ทั้งเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ เครือข่ายเกษตรกรรมแบบยั่งยืน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของงานด้านความมั่นคงทางอาหาร

ในภาคอีสาน ถือเป็นพื้นที่ที่มีประชากรจำนวนมากที่สุด และประชากรประสบปัญหาความยากจนมากที่สุดของประเทศ อาชีพเกษตรกรรม เป็นอาชีพของคนส่วนใหญ่ เป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ที่ผ่านมาการทำนายิ่งทำให้ชาวนายากจนลงเรื่อยๆ เพราะต้นทุนการทำนาที่สูงขึ้นตามราคาปุ๋ยเคมี สารเคมี หรือแม้กระทั่งราคาข้าวที่ผูกขาดอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง ทำให้ชาวนายังวนเวียนอยู่ในวาทกรรม “โง่ จน เจ็บ” หาทางออกด้วยการทิ้งไร่นา ดิ้นรนไปทำงานในเมืองกรุง หรือวาดฝันกับนโยบายรัฐบาลที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหา หลายภาคส่วนมิได้นิ่งเฉยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น นโยบายรัฐบาลทั้งการรับประกันราคาข้าวในอดีต หรือการจำนำข้าวของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ต่างหวังให้ชาวนามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งสิ้น ด้านภาคประชาชน มีการผลักดันให้ชาวนาหันมาทำนาเกษตรอินทรีย์ หรือเกษตรกรรมแบบยั่งยืนแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร หากมองอุปสรรคสำคัญของการทำงานด้านนี้ เราจะเห็นได้ว่า นโยบายของภาครัฐ คือกลไกสำคัญของการเปลี่ยนแปลง แต่เราก็ทราบกันดีว่าผลประโยชน์จากการทำธุรกิจปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า อันมีมูลค่ามหาสาร  ต่างเป็นอุปสรรคสำคัญของกำหนดนโยบายด้านเกษตรอินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลยุคไหนก็ตาม

ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ของการทำเกษตรกรรม มีชุมชนที่ทำเกษตรอินทรีย์หลายชุมชน การทำงานเพื่อใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จะเริ่มต้นที่การปลุกกระแสผู้บริโภคให้เล็งเห็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะได้รับอาหารที่ปลอดภัย ปลุกคนเมืองให้ตื่นตัวเรื่องกระแสอาหารปลอดภัย รณรงค์สู่สื่อสาธารณะทั้งภูมิภาคและส่วนกลางอย่างต่อเนื่องผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และผลิตสื่อของเครือข่าย กลุ่มเป้าหมาย จนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเล็งเห็นความสำคัญ  ร่วมกันผลักดันร่วมกับผู้บริโภค ให้เกิดนโยบายหรือกลไกการทำงานด้านเกษตรอินทรีย์อาหารปลอดภัย ส่งผลให้ชาวนาเกษตรกรอินทรีย์ที่ทำหน้าที่ด้านการผลิตมีความรู้สึกภาคภูมิใจที่เดินถูกทาง  รู้สึกมั่นคงเพราะมีกลไกด้านราคาและการตลาดรองรับ ส่วนเกษตรกรชาวนาคนอื่นๆ ที่ยังไม่เคยทำเกษตรอินทรีย์ หรือเคยทำแต่ล้มเลิก มีความมั่นใจ หันมาทำนาอินทรีย์เพิ่มขึ้น

การทำงานดังกล่าวจะใช้สื่อเป็นเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงนำร่องในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นการทำงานที่สวนกระแสจากภาคประชาชนอื่นๆที่เคยทำ เพราะทราบดีว่าการไปผลักดันให้ชาวนาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำนาและหันมาทำนาอินทรีย์เป็นสิ่งที่ยาก และภาคประชาชนอื่นๆ ก็ผลักดันมาตลอดชีวิต แต่หากผู้บริโภคตื่นตัว ร่วมผลักดันกับหน่วยงานให้มีกลไกด้านต่างๆรองรับ การทำงานทุกอย่างจะถูกถ่ายทอดผ่านสื่อสาธารณะทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เกษตรกรจะรู้สึกมั่นใจในการทำงานด้านเกษตรอินทรีย์ เกิดเป็นกระแสชาวนาที่จะสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชีวิตตัวเอง สามารถลดต้นทุนด้านการผลิต มีข้าวเพียงพอสำหรับกินในครัวเรือน และได้ขายข้าวและพืชผักที่ปลอดจากสารพิษให้แก่ผู้บริโภค ภาครัฐมองเห็นรูปธรรม นำไปกำหนดเป็นนโยบายของประเทศต่อไป