เปิดบ้าน สตง.อุบลฯ รู้รักษ์ เงินแผ่นดิน

สื่อสร้างสุขจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมนักวิชาการกะเทาะเปลือกการทำหน้าที่ตรวจการใช้จ่ายเงินภาครัฐ ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินใน 96 ปีที่ผ่านมา แนะเปิดเวปไซต์ให้ประชาชนและหน่วยงานเข้าไปดูระเบียบการใช้จ่ายเงิน เพื่อความถูกต้องลดปัญหาการใช้จ่ายเงินผิดประเภท พร้อมเน้นส่งเสริมจริยธรรมการใช้จ่ายเงิน จะช่วยป้องกันการทุจริตคอรับชั่นได้ดีกว่าการจับผิด

ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 5 อ.เมือง จ.อุบลราชธานี สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินร่วมกับโครงการสะพาน สนับสนุนโดย USAID และสื่อสร้างสุขจังหวัดอุบลราชธานี จัดเวทีเสวนารู้รักษ์ เงินแผ่นดิน โดยมีนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส (รักษาการ)ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี รศ.ดร.นงนิตย์ ธีระวัฒนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นายพรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และนางอัฐฌาวรรณ พันธุ์มี ประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลนครอุบลราชธานี ร่วมเสวนา

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส (รักษาการ)ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวถึงบทบาทของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ยังไม่เป็นที่รู้จักของประชาชน และไม่ทราบความสำคัญของภาระกิจที่หน่วยงานมีหน้าที่ต่อการใช้จ่ายเงินภาษีของแผ่นดิน โดยที่ผ่านมาในแต่ละปี สตง.ต้องตรวจสอบการใช้จ่ายเงินภาษีของหน่วยงานรัฐ และช่วยประหยัดนำเงินภาษีที่ใช้จ่ายไปอย่างผิดประเภทกลับคืนมาให้ประเทศปีละนับหมื่นล้านบาท

และถ้าไม่มี สตง.ประเทศจะสูญเสียเงินภาษีจากการใช้จ่ายไม่คุ้มค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี โดยมีการประมาณการความสูญเสีย จะมากถึงหลักหลายหมื่นล้านบาท หรือแสนล้านบาทในอนาคต แต่การทำงานของ สตง.ที่ผ่านมา ทำในลักษณะปิดตัวเอง แต่ปีนี้เป็นต้นไป สตง.จะดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมช่วยตรวจสอบความผิดปกติการใช้จ่ายเงินภาษีอากรของประชาชนตามโครงการต่างๆที่หน่วยงานรัฐดำเนินการ ซึ่งจะทำให้การใช้จ่ายเงินของหน่วยงานราชการคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

ด้าน รศ.ดร.นงนิตย์ ธีระวัฒนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวถึงบทบาทของ สตง.นอกจากเน้นการปรามการใช้เงินภาษีของประชาชนแล้ว ต้องการให้ สตง.เน้นส่งเสริมจริยธรรมด้านการใช้จ่าย เพราะเมื่อคนใช้จ่ายเงินมีจริยธรรม ก็จะเกิดประโยชน์ในการใช้จ่ายเงิน เพราะจากการสำรวจของเอแบคโพลเมื่อปี 2553 มีผู้ตอบแบบสอบถาม 64.5% ซึ่งมองการคอรับชั่นของนักการเมืองเป็นเรื่องยอมรับได้ หากนำเงินทำให้บ้านเมืองเจริญขึ้น และที่สำคัญคือ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นคนวัยหนุ่มสาว

“จึงสะท้อนถึงจริยธรรมของคนที่ตอบแบบสอบถาม และกลายเป็นเรื่องน่าหวงของประเทศ เพราะการทุจริตคอรับชั่นไม่สามารถเดินควบคู่ไปกับความเจริญของบ้านเมืองได้”

รศ.ดร.นงนิตย์ยังกล่าวแสดงความเห็นต่อว่า ขณะเดียวกันมีความเห็นจากผู้ประกอบธุรกิจเอกชนถึงร้อยละ 70 ที่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ เพื่อให้ได้งานจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานของรัฐ อดีตมีการเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะร้อยละ 25 แต่ปัจจุบันสูงกว่านั้นมาก ซึ่งมีการคำนวณเงินภาษีอากรที่เก็บจากประชาชน ต้องสูญเสียไปกับการทุจริตคอรับชั่นมากถึงปีละกว่า 2 แสนล้านบาท

“กงล้อประวัติศาสตร์จะเห็นว่า ประเทศที่ล่มสลาย ก็เพราะการทุจริตคอรับชั่น ซึ่งประเทศไทยกำลังประสบอยู่ขณะนี้” จึงอยากเห็น สตง.เปิดเวปไซต์ให้คนในหน่วยงานหรือคนทั่วไปศึกษาค้นคว้าการใช้จ่ายเงินของรัฐ นอกจากช่วยลดความผิดพลาด การใช้จ่ายเงินผิดระเบียบ ยังช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายเงินที่ไม่ถูกต้องของหน่วยงานราชการได้อีกทางหนึ่งด้วย

ด้านนายพรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่าอดีตถ้าได้ยินว่า สตง.เข้าตรวจสอบหน่วยงานใด จะรู้สึกตกใจ แต่ในความเป็นจริง หากหน่วยงานมีการใช้จ่ายตามความเป็นจริง ก็ไม่มีความผิด ซึ่ง สตง.ต้องมีหน้าตรวจสอบการใช้จ่ายเงินทุกประเภท แม้เป็นการใช้จ่ายเงินด้านดีก็ต้องตรวจสอบ การแก้ปัญหาทุจริตของหน่วยงานรัฐ ต้องเอาประชาชนมามีส่วนร่วม เพราะการทุจริตไม่ใช่เพิ่งมี แต่เกิดขึ้นมาเป็นหลายร้อยปีแล้ว

ขณะนี้ ต้องคิดจะปิดช่องว่างไม่ให้มีการทุจริตได้อย่างไร ประชาชนจึงเป็นความหวังหนึ่งของสังคมในการร่วมป้องกัน ส่วน สตง.ก็มีหน้าที่ตรวจสอบให้การใช้จ่ายตรงตามวัตถุประสงค์ของประเทศ และให้ประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในประเทศ สตง.จึงมีความสำคัญที่คอยกำกับดูแลไม่ให้หน่วยงานใช้จ่ายเงินอย่างไม่คุ้มค่า

ด้านนางอัฐฌาวรรณ พันธุ์มี ประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลนครอุบลราชธานี ยกตัวอย่างการต่อสู้ของชุมชนกับการใช้จ่ายเงินในโครงการทำฟุตบาธทางเท้าของเทศบาลนครอุบลราชธานี ซึ่งประชาชนรวมตัวกันฟ้องร้องกับศาลปกครอง และศาลได้ตัดสินว่าโครงการรื้อฟุตบาธทางเท้าครั้งนี้ไม่ถูกต้อง พร้อมให้ทำฟุตบาธคืนกับชุมชน แต่จนถึงปัจจุบันเทศบาลยังไม่ทำตามคำตัดสินของศาล และการรื้อทำลายของบริษัทผู้รับเหมาทำให้รัฐเสียหาย ได้ยื่นเรื่องให้ สตง.เข้ามาตรวจสอบ แต่ถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับคำตอบจาก สตง.จะดำเนินการกับเทศบาลนครอุบลราชธานี และบริษัทผู้รับเหมาที่ทำให้ฟุตบาธทางเท้าเสียหายอย่างไร จึงให้คะแนนการทำงานของ สตง.ต่อกรณีนี้ไม่ถึงร้อยละ 50

ซึ่งนายพิศิษฐ์ (รักษาการ)ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินระบุว่า จะให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบความคืบหน้าของเรื่องนี้ และจะแจ้งให้ภาคประชาชนทราบ

สำหรับการเสวนาครั้งนี้ มีตัวแทนภาคประชาชนจากหลายองค์กรสนใจเข้าร่วมรับฟังจนเต็มห้องประชุม และมีการแสดงความเห็น พร้อมเข้าร่วมดูแลเงินภาษีอากรที่หน่วยงานรัฐเบิกจ่ายออกไปใช้ เพื่อให้การใช้จ่ายเงินภาษีอากรของประเทศ ถูกนำไปใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดแก่คนทั้งประเทศด้วย

[nggallery id=152]