ตำรวจอุบลฯตรวจยึดไม้พะยูงล๊อตใหญ่มูลค่า 30 ล้าน

ตำรวจชุดเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูงภูธร จ.อุบลราชธานี นำโดย พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เดชะคำภู รอง ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี ได้เข้าควบคุมตัวนายณรงค์ ชูทรัพย์ อายุ 43 ปี ชาวอำเภอบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของไม้พะยูงท่อนขนาดความยาว 2 เมตร จำนวนมากกว่า 600 – 700 ท่อน ที่ตำรวจตรวจยึดได้ขณะซ่อนอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านโนนสมบูรณ์ ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยกลุ่มขบวนการได้เช่าที่ดิน และบ้านเรือนของชาวบ้าน สำหรับใช้เป็นแหล่งพักและเก็บไม้พยูงท่อน เพื่อรอการขนย้ายส่งไปประเทศที่สามด้วยเส้นทาง อ.บ้านแพง จ.นครพนม สำหรับการตรวจยึดไม้พะยูงมูลค่ามหาศาลครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจตู้ยามศรีไค อ.วารินชำราบ ได้เรียกตรวจค้นรถยนต์กระบะ นิสสัน ฟรอนเทีย สีบรอน์เงิน ทะเบียน บง 6173 อ่างทอง ที่แล่นมาจาก อ.เดชอุดม มุ่งหน้าเข้า อ.วารินชำราบ ตรวจสอบพบว่าดัดแปลงรถเป็นหลังคาสองชั้น ปิดเปิดได้ เปิดออกดูพบไม้พะยูงท่อน ซุกซ่อนอยู่ภายใน จำนวน 6 ท่อน จึงได้ดำเนินการจับกุม

ต่อมานายณรงค์ ชูทรัพย์ ได้อ้างเป็นเจ้าของไม้พะยูงพยายามให้สินบนตำรวจ จำนวน 150,000 บาท ซึ่งได้พาไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อเคลียร์คดี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยินยอมและได้ขยายผลการจับกุมได้ตัวผู้ต้องหาเพิ่มเติมจำนวน 5 คน รวมทั้งรถยนต์กระบะที่ดัดแปลงในลักษณะเดียวกัน รวม 4 คัน และได้ทำการตรวจยึดไหม้พะยูงท่อน ที่มีความยาวท่อนละ 2 เมตร ที่ทางกลุ่มขบวนการ ได้ทำการเช่าที่ดินไว้รวมทั้งได้ก่อสร้างรั้วคอนกรีตปิดล้อมเอาไว้ รวมทั้งได้เช่าบ้านเรือนของชาวบ้านที่บริเวณท้ายหมู่บ้านเอาไว้สำหรับการซุกซ่อนไม้พะยูง เป็นจุดๆ รวม 4 จุดภายในพื้นที่บ้านโนนสมบูรณ์

นายณรงค์ รับสารภาพว่า เป็นเจ้าของไม้พะยูงทั้งหมด ทำมานานกว่า 6 – 7 เดือน โดยรับไม้พะยูงจากด้าน อ.น้ำยืน ในเขตอุทยานแหง่ชาติภูจองนายอย พื้นที่ชายแดนด้านไทย – กัมพูชา แล้วนำมาพักไว้ในพื้นที่ อ.วารินชำราบ เพื่อรอการขนส่งและขนย้ายเพื่อส่งประเทศที่สาม ผ่านด้านอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม โดย จะได้รับเงินค่าจ้าง เที่ยวละ 20,000 บาท

พล.ต.ท ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 กล่าวว่า การจับกุมที่ผ่านมา มักจะได้เพียงบุคคลที่อยู่ปลายทางซึ่งเป็นผู้รับจ้างให้มาปฏิบัติการเท่านั้น การจับกุมครั้งนี้ จะต้องเป็นคดีตัวอย่าง ชุดจับกุมต้องขยายผลหาพยานหลักฐานเพื่อสาวถึงผู้บงการซึ่งเป็นขบวนการใหญ่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่าเป็นล่ำเป็นสัน โดยทางลับพบข้อมูลสำคัญมีเจ้าหน้าที่รัฐ รู้เห็นเป็นใจ เพราะฉะนั้นตำรวจอุบลต้องสืบสวนหาเส้นทางการกระทำผิดให้ได้ชัดเจนว่าทำไมไม้ของกลาง จึงสามารถลักลอบเข้ามาในพื้นที่ได้ หากมีการจ่ายส่วยรายทาง ก็จะต้องมีผู้ร่วมกระทำผิด เบื้องต้นได้สั่งการให้ พล.ต.ต กรกต สาริยา รอง ผบช.ภาค 3 รับผิดชอบดูแลคดีนี้ พร้อมรายงานความคืบหน้ามาเป็นระยะ

ข้อมูล :  NNA

ภาพ :  77NATION