ป่าไม้รื้อสวนยางบุกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ชาวบ้านโต้กลับด้วยการปิดถนน

อุบลราชธานี – ป่าไม้ใช้ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกรื้อกระท่อมนา และตัดต้นยางพาราที่ชาวบ้านรุกเข้าไปปลูกไว้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า นอกจากพื้นที่ 18 แปลงที่ถูกรื้อถอนในวันนี้ ยังมีพื้นที่อื่นอีกกว่า 50 แปลง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่ออีกด้านชาวบ้านรวมตัวปิดถนนรอบ 2 หลัง จนท.บุกรื้อตัดฟันต้นยางพาราโดยเรียกร้องให้ชดเชยเยียวยาต้นยางพาราที่เสียหาย และให้ จนท.หยุดปฏิบัติการใดๆ จนกว่าหาทางออกร่วมกันได้ภายใน 7 วันนี้สุดท้ายตกลงกันได้ จึงยอมเปิดถนนให้รถแล่นได้ตามปกติในบ่ายวันเดียวกัน

เมื่อเช้ามืดวันนี้ (19 ม.ค.) นายไพบูลย์ รัตนเจริญธรรม ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จ.อุบลราชธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ประมาณ 500 นาย ได้เข้าทำการรื้อถอนตัดฟันต้นยางพาราอายุระหว่าง 2-5 ปี ที่ชาวบ้านเข้าบุกรุกปลูกยางพารารวม 18 แปลง จำนวน 226 ไร่ในพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน บริเวณบ้านภูหญ้าคา ต.โนนก่อ อ.สิรินธร

การเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเป็นกระท่อมนาขนาดเล็กจำนวน 2 หลัง และต้นยางพาราที่กำลังโตแซมต้นไม้ใหญ่ที่ถูกตัดโค่น ทำให้บริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นเขาหัวโล้นเป็นแห่งๆระหว่างการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปรื้อถอนไม่มีชาวบ้านมาขัดขวาง และไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของพื้นที่ที่ถูกรื้อถอน เพราะเกรงจะถูกดำเนินคดีฐานบุกรุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่ประกาศเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2552

นายไพบูลย์ ระบุว่า การเข้ารื้อถอนในพื้นที่ที่ชาวบ้านบุกรุกทั้ง 18 แปลง ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงไม่ได้จับกุมผู้ใดเป็นผู้ต้องหา และนอกจาก 18 แปลงที่เจ้าหน้าที่รื้อถอนในวันนี้ ยังมีพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตอนุรักษ์ของจังหวัดอุบลราชธานี อีกราว 50 แปลง ที่ถูกบุกรุกเข้าทำสวนยางพาราทำสวนปลูกพริก มะเขือ ซึ่งชาวบ้านอ้างว่าไม่มีที่ดินทำกิน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบรายใดเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่า ก็จะแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก

ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จ.อุบลราชธานี ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการเข้าบุกรุกของชาวบ้านในเขตจังหวัดอุบลราชธานี ส่วนใหญ่ไม่มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่เหมือนเขตป่าอื่นๆในประเทศแต่มีพฤติกรรมแผ้วถางก่อนนำต้นยางมาปลูก และขายต่อให้กับนายทุนทำสวนยางหรือบางรายก็รับจ้างมาบุกรุกทำสวนยาง การเข้ารื้อถอนวันนี้ นอกจากต้นยางพาราจำนวนหลายพันต้น ก็มีเพียงกระท่อมนาอีก 2หลังที่ถูกเจ้าหน้าที่รื้อถอนออก

สำหรับการดำเนินการกับชาวบ้านที่บุกรุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าครั้งนี้มีการแจ้งความดำเนินการเมื่อวันที่ 19 เดือนกันยายน 2553 และปลายปีเดียวกันศาลจังหวัดอุบลราชธานีมีคำพิพากษาให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและพืชผลออกทั้งหมด ซึ่งปี 2554 มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการรื้อถอนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.ย.แต่ได้มีการผ่อนปรนจนถึงวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อบ่ายวันที่ 18 ม.ค.ก่อนเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะเข้ารื้อถอนชาวบ้านบริเวณดังกล่าวได้รวมตัวกันปิดถนนโนนก่อ-ช่องเม็กเรียกร้องให้จังหวัดยืดเวลการเข้ารื้อถอน และนายสุรพล สายพันธ์ผวจ.เข้าเจรจากับชาวบ้านให้เปิดเส้นทางการจราจรโดยแจ้งจะทำหนังสือขอผัดผ่อนเวลาไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้ารื้อถอนตามคำสั่งของนายดำรงค์ พิเดชอธิบดีก่อนหนังสือของทางจังหวัดมาถึงทำให้ช่วงบ่ายวันนี้ ชาวบ้านประมาณ 200 คน ได้กลับมารวมตัวและปิดถนนยังจุดเดิมอีกครั้งเพื่อเรียกร้องให้จังหวัดเข้าช่วยเหลือตามที่ชาวบ้านได้ยื่นข้อเสนอไปคือให้มีการสำรวจปักปันแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าให้ชัดเจน ไม่ให้เจ้าหน้าที่นำ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติมาตรา 25 มาใช้ขับไล่รื้อถอน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ตั้งเป็นหมู่บ้านที่รัฐต้องจัดให้มีเครื่องสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้าและประปา

สำหรับต้นยางพาราที่ถูกเจ้าหน้าที่ตัดโค่นไปในวันนี้ ให้ทำการชดเชยเยี่ยว รวมทั้งไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัตการใดๆในพื้นที่จนกว่าจะหาข้อยุติร่วมกันภายใน 7 วัน ซึ่งทางจังหวัดโดยนายวิโรฒ มีแก้ว รอง ผวจ.ได้เข้ามารับข้อร้องเรียนของชาวบ้านและจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามข้อเรียกร้อง ทำให้ชาวบ้านที่ชุมนุมปิดถนนพอใจได้เปิดให้รถสามารถแล่นไปมาได้เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.หลังปิดถนนอยู่นานกว่า 3 ชั่วโมง

ข้อมูล  : ASTV ผู้จัดการ

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000008625&Keyword=%CD%D8%BA%C5