เตือนหน้าฝนนี้ระวังให้ดี…เสี่ยงกินเห็ดมีพิษ

คณะกรรมการอาหารจังหวัดอุบลราชธานี เตือนประชาชนที่นิยมบริโภคเห็ดในช่วงฤดูฝน ย้ำ! หากไม่แน่ใจไม่ควรเก็บเห็ดนั้นมาปรุงอาหาร โดยเฉพาะเห็ดป่าหรือเห็ดที่เราไม่คุ้นเคย เพราะมีโอกาสเกิดพิษได้มากกว่าเห็ดทั่วไป

นายสุรพล สายพันธ์ (ผู้ว่าราชการจังหวดอุบลราชธานี) ประธานคณะกรรมการอาหารจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า สภาพภูมิอากาศของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชตระกูลเห็ด ทำให้มีเห็ดป่าหลายชนิดที่เติบโตในสภาพธรรมชาติ ทั้งที่ชนิดที่รับประทานได้และ เห็ดพิษ ประกอบกับคนไทยนิยมบริโภคเห็ดเนื่องจากเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในแต่ละปีจะมีชาวบ้านนิยมรับประทานเห็ด ทั้งที่ซื้อตามตลาดและหาจากป่า จึงมักปรากฏข่าวและมีรายงานว่าพบผู้ป่วยหรือเสียชีวิตจากการรับประทานเห็ดพิษอยู่เป็นประจำ จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 – 29 เมษายน 2555) พบผู้ป่วยแล้ว จำนวน 240 ราย จาก 43 จังหวัด ยังไม่มีผู้เสียชีวิต จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดสระบุรี จังหวัดยโสธร และจังหวัดเชียงใหม่ ตามลำดับ แยกเป็นรายภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคเหนือ รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนข้อมูลในปี 2554 ที่ผ่านมา พบผู้ป่วย 1,723 ราย จาก 61 จังหวัด เสียชีวิต 6 ราย และจากข้อมูลยังพบว่า เฉพาะเดือนพฤษภาคม มีผู้ป่วยสูงสุดในรอบปีถึง 404 ราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย ซึ่งถือว่าเป็นช่วงกำลังเข้าสู่ฤดูฝนและเห็ดเริ่มออกในพื้นที่ป่าทั่วไป

ประธานคณะกรรมการอาหารจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต่อไปว่า ถึงแม้ในปี 2554 และระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน 2555 ที่ผ่านมา จังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการรับประทานเห็ดพิษ แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ วิธีการบริโภคเห็ดอย่างปลอดภัย สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้
1.อย่ารับประทานเห็ดที่สงสัย ไม่รู้จัก และไม่แน่ใจ ควรรับประทานเฉพาะเห็ดที่แน่ใจเท่านั้น
2.การรับประทานอาหารที่ประกอบขึ้นด้วยเห็ด ควรรับประทานแต่พอควร อย่ารับประทานจนอิ่มมากเกินไป เพราะเห็ดเป็นอาหารที่ย่อยยาก อาจจะทำให้ผู้มีระบบย่อยอาหารที่อ่อนแอเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้
3.อย่ารับประทานอาหารที่ปรุงขึ้นสุกๆดิบๆ หรือเห็ดดิบดอง เพราะเห็ดบางชนิดยังจะมีพิษอย่างอ่อนเหลืออยู่ ผู้รับประทานจะไม่รู้สึกตัวว่ามีพิษ จนเมื่อรับประทานหลายครั้งก็สะสมพิษมากขึ้น และเป็นพิษร้ายแรงถึงกับเสียชีวิตภายหลัง
4.ผู้ที่รู้ตัวเองว่าเป็นโรคภูมิแพ้เกี่ยวกับเห็ดบางชนิด หรือกับเห็ดทั้งหมด ซึ่งถ้ารับประทานเห็ดเข้าไปแล้ว จะทำให้เกิดอาการเบื่อเมา หรืออาหารเป็นพิษ จึงควรระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ด
5.ระมัดระวังอย่ารับประทานเห็ดพร้อมดื่มสุรา เพราะเห็ดบางชนิดจะเกิดพิษทันที ถ้าหากดื่มสุราหลังจากรับประทานเห็ดแล้วภายใน 48 ชั่วโมง เช่น เห็ดหิ่งห้อย เห็ดน้ำหมึกหรือเห็ดถั่ว แม้แต่เห็ดพิษอื่นทั่วไป หาดื่มสุรา เข้าไปด้วย ก็จะเป็นการช่วยให้พิษกระจายได้รวดเร็วและรุนแรงขึ้นอีก

ประธานคณะกรรมการอาหารจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวในตอนท้ายว่า ทุกวันนี้ยังประชาชนที่มีความเชื่อแบบเดิม เช่น ถ้านำน้ำต้มเห็ดมาแตะกับช้อนเงินแล้วเป็นสีดำแสดงว่าเป็นเห็ดพิษ หากเป็นเห็ดเมาเมื่อใส่หัวหอมจะเป็นสีดำ เห็ดที่มีสีสวยเท่านั้นจะเป็นเห็ดพิษ หรือเห็ดที่มีแมลงกัดกินย่อมรับประทานได้ แท้จริงแล้ววิธีการทดสอบเห็ดพิษและความเชื่อเหล่านั้นไม่เป็นจริงเสมอไป อาจผิดพลาดได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อควรระวังพิเศษที่พึงตระหนัก คือ เห็ดที่ไม่มีพิษ แต่เกิดในบริเวณที่มีสารเคมีรั่วไหลหรือปนเปื้อนอยู่ ก็มีโอกาสเป็นเห็ดพิษได้ หรือเห็ดที่มีรูปร่างลักษณะภายนอกเหมือนกัน เกิดในที่เดียวกัน แท้จริงแล้วอาจเป็นเห็ดคนละชนิดกันก็ได้ กล่าวโดยสรุปก็คือ แม้จะเป็นเห็ดที่แน่ใจว่ารู้จัก เคยรับประทานแล้วปลอดภัย ไม่ใช่เห็ดพิษ แต่สุดท้ายอาจกลายเป็นเห็ดพิษได้เพราะรูปร่างลักษณะของเห็ดคล้ายกันจนไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นหรือไม่เป็นเห็ดพิษ ดังนั้น จึงขอเตือนประชาชนให้มีความระมัดระวังในการรับประทานเห็ดตลอดฤดูฝนนี้ และหากพบเห็นผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเห็ด ควรพยายามให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเห็ดออกมาให้หมด โดยการล้วงคอหรือกรอกด้วยไข่ขาว แล้วนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที พร้อมนำเห็ดที่รับประทานส่งไปด้วย เพื่อแพทย์จะได้ตรวจและรักษาอย่างถูกต้องต่อไป หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี โทร.045-262692-8

ฤดูฝนนี้ ขอให้ทุกท่านรับประทานเห็ดอย่างปลอดภัย ได้คุณค่า และรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

 

คณะกรรมการอาหารจังหวัดอุบลราชธานี
พฤษภาคม 2555