ดันคลังห้ามบริษัทบุหรี่ทำ CSR ตามมติ ครม.

ในโอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคมนี้ ดร.มอรีน อี. เบอร์มิ่งแฮม ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทยกล่าวว่า ประเด็นการรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลกประจำปีนี้คือ “จับตาเฝ้าระวัง ยับยั้งอุตสาหกรรมยาสูบ” 

โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า ธุรกิจยาสูบใช้กลยุทธ์การทำกิจกรรมภายใต้นโยบายที่เรียกว่า “ความรับ ผิดชอบต่อสังคม” เพื่อสร้างภาพให้แก่ธุรกิจ เพื่อให้สังคมเข้าใจว่าบุหรี่เป็นสินค้าธรรมดา ลดทอนกระแสการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ซื้อความเงียบและแทรกแซงผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งมาตรา 13 ของอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลก แนะนำให้ประเทศภาคีสมาชิกออกกฎหมายห้ามธุรกิจยาสูบทำกิจกรรมภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากเป็นการโฆษณาทางอ้อมรูปแบบหนึ่ง ในขณะที่มาตรา 5.3 ของอนุสัญญาฯ ระบุว่าการทำกิจกรรมภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจยาสูบมีวัตถุประสงค์สุดท้ายอยู่ที่การแทรกแซง ขัดขวางนโยบายควบคุมยาสูบของภาครัฐ จึงแนะนำให้ประเทศภาคีสมาชิกห้ามเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกิจกรรมหรือรับการบริจาคใด ๆ จากธุรกิจยาสูบ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนและทุกคนในสังคมไทย ช่วยกันต่อต้านการแทรกแซงนโยบายการควบคุมยาสูบและเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายของธุรกิจยาสูบ เพื่อเป็นการคุ้มครองสุขภาพของตนเองและประชาชนทุกคน

ขณะที่ น.ส.บังอร ฤทธิภักดี ผู้อำนวยการเครือข่ายรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า ขณะนี้ธุรกิจยาสูบในภูมิภาคอาเซียนอาศัยการทำกิจกรรมภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อผูกไมตรีกับผู้กำหนดนโยบายประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค เพื่อยับยั้งมาตรการควบคุมยาสูบ ทำให้การควบคุมยาสูบของประเทศอาเซียนยังไม่สามารถทำตามพันธกรณีที่มีภายใต้อนุสัญญาควบคุมยาสูบองค์การอนามัยโลก

โดยในภูมิภาคอาเซียนมีผู้สูบบุหรี่รวม 125 ล้านคนและอัตราการสูบบุหรี่เพศชายยังอยู่ในระดับร้อยละ 40-50 ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก จากการที่บริษัทบุหรี่ข้ามชาติที่มีฐานอยู่ในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียได้แทรกแซงขัดขวางความพยายามของประเทศต่าง ๆ ในการควบคุมยาสูบ

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ เรียกร้องให้กระทรวงการคลังเร่งดำเนินการตามมติ ครม.วันที่ 17 เมษายน 2555 ที่ให้กระทรวงการคลังห้ามธุรกิจยาสูบทำกิจกรรมภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมติ ครม.เห็นชอบให้ดำเนินการตามข้อเสนอของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2553 เรื่องมาตรการในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ซึ่งเสนอนโยบายในการควบคุมยาสูบในประเด็นที่ยังเป็นปัญหา รวมถึงการทำกิจกรรมภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม ที่มีการทำกันอย่างแพร่หลายทั้งบริษัทบุหรี่ข้ามชาติและโรงงานยาสูบไทยในขณะนี้ ทั้งนี้สถานการณ์การสูบบุหรี่ของคนไทยยังน่าเป็นห่วง โดยคนไทยสูบบุหรี่กว่า 12 ล้านคน เพศชายสูบบุหรี่ร้อยละ 45 และมีคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละ 48,244 คน

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โทร. 0-2278-1828 / 08-1822-9799