สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี ดันพลังคนเล็กเปลี่ยนโลก

เยาวชนจิตอาสาจังหวัดอุบลราชธานีเปิดเวทีโชว์พลังคนตัวเล็กๆช่วยสร้างสังคมโดยแต่ละกลุ่มมีจุดกำเนิดคล้ายกัน เริ่มจากเห็นสังคมเดือดร้อนจึงรวมตัวใช้พลังเยาวชนเข้าช่วยเหลือด้านนักกิจกรรมรุ่นใหญ่มองพลังนักเรียนนักศึกษาเป็นพลังยิ่งใหญ่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้หากนำไปใช้ถูกจุดจะเกิดประโยชน์กับสังคมอย่างมาก

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ศูนย์อาหารโรงแรมสุนีย์แกรนด์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานีสื่อสร้างสุขอุบลราชธานี ร่วมกับโครงการสะพานสนับสนุนโดย USAID จัดเวทีเสวนา “พลังคนเล็กเปลี่ยนโลก” โดยเชิญเยาวชนวัยเรียนที่เป็นกลุ่มเด็กจิตอาสาสะท้อนปัญหาและการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมโดยมีตัวแทนเยาวชนจากกลุ่มดินสอพอง กลุ่มแว่นขยาย กลุ่มพลังนักศึกษาและกลุ่มวรรณกรรมหิ่งห้อย มีนายสุชัย เจริญมุขยนันท และ น.ส.ชนินทร์ญาคำดี เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

น.ส.วิภาวดี เสาร์แก้ว ประธานกลุ่มเด็กดินสอพองเล่าถึงการรวมตัวเพราะต้องการช่วเหลือเด็กเยาวชนที่เข้าไปข้องเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ดื่มเหล้า โดยเน้นจัดกิจกรรมให้ความรู้พิษภัยการสูบบุหรี่และดื่มเหล้ารวมทั้งการสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นปัญหาให้ครอบครัวประธานกลุ่มดินสอพองกล่าวต่อว่า การจัดกิจกรรมของเยาวชนกลุ่มดินสอพองแต่ละครั้ง ไม่ได้ค่าตอบแทน แต่เยาวชนที่มาร่วมได้ประสบการณ์ใช้ดำเนินชีวิตให้ถูกต้องรู้จักการรวมกลุ่ม และทำตัวให้เป็นประโยชน์กับสังคมส่วนรวมไม่ให้เยาวชนไปมั่วสุ่มกับสิ่งเสพติดที่มีผลร้ายต่อร่างกาย

ขณะที่นายพงษ์เทพ บุญกล้า ประธานกลุ่มแว่นขยายมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีกล่าวถึงการรวมกลุ่มเกิดจากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนต้องอพยพหนีภัยสงคราม จึงชักชวนเพื่อนนักศึกษาเรี่ยไรเงินเพื่อซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็นไปช่วยเหลือประชาชนเหล่านี้และกลุ่มรู้สึกประทับใจมาก เมื่อนำกล่องขอรับบริจาคไปวางในตลาดเพียง2-3 ชั่วโมง มีประชาชนที่เดินผ่านไปมาร่วมบริจาคเงินมากกว่า 20,000 บาท และเมื่อนำเงินไปซื้อผักผลไม้อาหารแห้ง พ่อค้าแม่ค้ารู้ว่ากลุ่มตนซื้อไปให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามตามศูนย์อพยพ ก็ได้รับสิ่งของมากกว่ามูลค่าเงินที่จ่ายไปหลังเหตุการณ์การสู้รบสงบลง ยังมีการรวมกลุ่มแต่เปลี่ยนเป้าหมายเป็นการเคลื่อนไหวสร้างการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยเพื่อประชาชนอย่างแท้จจริง โดยเน้นรณรงค์เลือกผู้สมัครทุกระดับที่เข้าไปทำงานให้ประชาชน ไม่เลือกผู้สมัครที่ซื้อเสียง เน้นสร้างกิจกรรมสนุกสนานก่อนสอดแทรกความรู้ทางการเมืองแก่ชุมชนเพราะหากนำเสนอด้วยวิชาการชาวบ้านที่มาร่วมจะเกิดความเบื่อหน่ายไม่สนใจให้ความร่วมมือ อนาคตต้องการสร้างองค์ความรู้ให้เยาวชนและประชาชนเข้าใจว่าการเมืองเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องสนใจ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวมีผลต่อการดำเนินชีวิต “ผมต้องการให้พลังนักศึกษามาร่วมเป็นเครือข่าย แทนการปล่อยให้เป็นเรื่องของภาคประชาสังคม หรือภาคราชการเพราะทำให้ดูเหมือนพลังนักศึกษาวันนี้ ริบหรี่ลงทุกวัน”

ด้านนายปรเมศว์ พากเพียร ประธานกลุ่มพลังนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีสะท้อนถึงจิตอาสาในกลุ่มเนื่องจากเกิดน้ำท่วมในจังหวัดเมื่อปีที่ผ่านมาเห็นหน่วยงานราชการเข้าไปช่วยเหลือ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบแต่ไม่เห็นพลังของนักศึกษา เพราะนักศึกษาปัจจุบันแตกต่างจากนักศึกษาในอดีตเนื่องจากไม่มีความกล้าหาญในการแสดงออก จึงชักชวนเพื่อนนักศึกษาด้วยกันเสนอตัวช่วยเหลือโดยเริ่มงานแรกที่โรงเรียนบ้านทัพไท ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ซึ่งอาคารเรียนถูกน้ำท่วมเป็นเวลานานหลายเดือน ทำให้ตัวอาคารชำรุดเสียหายจึงช่วยซ่อมแซมและทาสีอาคารเรียนให้ใหม่ โดยทางโรงเรียนเป็นผู้ออกวัสดุจากนั้นก็รวมตัวกันทำประโยชน์ต่างๆให้สังคม เพื่อให้สังคมเห็นว่าพลังนักศึกษาไม่ได้หายไปไหน

ประธานกลุ่มพลังนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวอีกว่า กลุ่มพวกตนเคยถูกถามว่าทำไปแล้วได้อะไร หรืออนาคตอยากเป็นนักการเมืองสำหรับเรื่องการเมืองกลุ่มพวกตนไม่สนใจ เพราะมองการเมืองปัจจุบันแย่แต่ที่ทำเพราะได้ความสุขใจ และจะรู้สึกเสียใจหากเรียนจบแล้วไม่เคยทำอะไรให้กับสังคมเลย

สำหรับนายวิทยากร โสวัตร อดีตผู้นำกลุ่มวรรณกรรมหิ่งห้อยระบุว่าการเป็นนักกิจกรรมในช่วงเรียน ไม่ทำให้การเรียนเสียตรงกันข้ามมีนักกิจกรรมจำนวนมาก เรียนจนได้เกียรตินิยมเพราะนำประสบการณ์ชีวิตจริงที่ได้จากการทำกิจกรรมใช้ในการเรียนพร้อมมองว่าพลังของนักเรียนนักศึกษาไม่ใช่พลังของคนเล็กๆตรงข้ามกับเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มหาศาลโดยเหตุการณ์ 14 ตุลาปี 2516 เริ่มจากนักศึกษาไม่ถึงสิบคนออกมาเคลื่อนไหวต้องการให้ประเทศมีประชาธิปไตย หลุดจากการครอบงำของกลุ่มทหารที่ปกครองประเทศต่อมาจากพลังของคนไม่กี่คนได้กลายเป็นพลังที่มีคนจำนวนหลายแสนคนออกมาร่วมขับไล่จนประสบความสำเร็จ

ดังนั้นพลังนักเรียนนักศึกษาและเยาวชนทุกระดับเป็นพลังที่มหาศาลหากนำมาใช้อย่างถูกต้องจะเกิดประโยชน์ จึงเรียกร้องให้ครูอาจารย์ยุคนี้ให้ความสำคัญส่งเสริมให้เยาวชนวัยเรียนได้ทำกิจกรรมระหว่างเรียนอย่างมองกลุ่มคนเหล่านี้ เป็นตัวประหลาดของสังคมในสถานศึกษา

[nggallery id=154]