“กยศ. จับมือศาลไกล่เกลี่ยผู้กู้ค้างชำระทั่วประเทศ”

รศ. นพ. ธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยในงานแถลงข่าวโครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาก่อนฟ้องคดีปีงบประมาณ 2555 ณ ห้องแกรนด์รัชดา โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมาว่า ขณะนี้กองทุนฯ ได้ออกหนังสือเชิญผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้เกิน 5 งวดขึ้นไปรวมถึงผู้ค้ำประกันที่จะถูกดำเนินคดีในปี 2555 จำนวนกว่า 100,000 รายเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ย ก่อนฟ้องคดีฯ ซึ่งกองทุนฯ ได้ร่วมมือกับสำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ศาลแขวง และศาลจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา และสงขลา จัดโครงการดังกล่าวขึ้นพร้อมกันระหว่างวันที่ 28 เมษายน- 6 พฤษภาคม 2555 เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้กู้ยืมตามนโยบายรัฐบาลที่ไม่อยากให้เกิดการฟ้องคดีเกี่ยวกับเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยขอให้ผู้กู้ยืมมาแสดงตนและทำการเจรจาไกล่เกลี่ยฯ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นในการเข้าร่วมโครงการ สำหรับเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ยฯ มี 3 กรณี ดังนี้ 1. การทำหนังสือรับสภาพหนี้ เพื่อกลับสถานะเป็นผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้ตามปกติ 2. การทำคำรับรองขอชำระหนี้ที่ค้างชำระทั้งหมด โดยกองทุนฯ จะลดค่าเบี้ยปรับให้ ร้อยละ 80 และ 3. การทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยตกลงผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือน และจะได้รับส่วนลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 50

กองทุนฯ จึงขอเชิญชวนผู้กู้ยืมกลุ่มดังกล่าวมาเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ยฯ เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง โดยสามารถเลือกจังหวัดที่ท่านสะดวกในการเดินทาง ได้แก่ ศาลจังหวัดนครราชสีมา ศาลแขวงเชียงใหม่ ศาลแขวงขอนแก่น และศาลแขวงสงขลา ระหว่างวันที่ 28 เมษายน-6 พฤษภาคม 2555 ส่วนที่กรุงเทพฯ จะจัดขึ้น 2 แห่ง คือที่สำนักงานกองทุนฯ ชั้น 15 อาคาร 2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในวันที่ 28 เมษายน-3 พฤษภาคม 2555 และศาลแพ่ง รัชดา ในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2555 โดยต้องเตรียมเอกสารสำคัญมาด้วย ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) และหนังสือมอบอำนาจ (หากมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมที่ได้รับหนังสือเชิญและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สายใจ กยศ. โทร. 02-610 4888

สำหรับข้อมูลกลุ่มผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้ 5 งวดขึ้นไปทั่วประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 109,697 ราย เป็นมูลหนี้ที่ค้างชำระประมาณ 2,883 ล้านบาท แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 7,375 ราย มีมูลหนี้ค้างชำระ 262 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 38,042 ราย มีมูลหนี้ค้างชำระ 799 ล้านบาท ภาคกลาง 22,068 ราย มีมูลหนี้ค้างชำระ 574 ล้านบาท ภาคใต้ 18,094 ราย มีมูลหนี้ค้างชำระ 574 ล้านบาท ภาคเหนือ 12,351 ราย มีมูลหนี้ค้างชำระ 363 ล้านบาท ภาคตะวันออก 7,061 ราย มีมูลหนี้ที่ค้างชำระ 186 ล้านบาท และภาคตะวันตก 4,602 ราย มีมูลหนี้ค้างชำระ 121 ล้านบาท ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวในที่สุด