อึ้ง! ไทย อันดับ 18 วัณโรคโลก ศรีสะเกษ แชมป์อีสานใต้อีกสมัย

สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรคห่วงสถานการณ์การระบาดของวัณโรคในประเทศไทย เนื่องจากไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่ 18 ใน 22 ประเทศทั่วโลกที่พบการระบาดของวัณโรคชุกที่สุด และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในปีนี้ ล่าสุดองค์การอนามัยโลกคาดว่าไทยจะมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มอีกประมาณ 90,000 รายต่อปี ขณะที่มีผู้ป่วยเข้าระบบรักษาเพียง 58,000 ราย ส่วนอีสานใต้ ศรีสะเกษ ครองแชมป์วัณโรคอีกสมัย ด้วยผู้ป่วย 400 ราย นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 4 มีนาคม 2555 กลุ่มอาชีพเกษตรกรในเขตอีสานใต้ ป่วยวัณโรคมากที่สุด หมอหวั่นผู้ป่วยกินยาไม่ต่อเนื่อง ทำให้เชื้อดื้อยารักษาไม่หายขาด ก่อวิกฤตคนรอบข้าง เพราะเชื้อโรคแพร่สู่คนอื่นได้ง่าย

นพ.ยุทธิชัย เกษตรเจริญ ผู้อำนวยการ สำนักวัณโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคห่วงสถานการณ์การระบาดของวัณโรคในประเทศไทย เนื่องจากไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่ 18 ใน 22 ประเทศทั่วโลกที่พบการระบาดของวัณโรคชุกที่สุด และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในปีนี้ ล่าสุดองค์การอนามัยโลกคาดว่าไทยจะมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มอีกประมาณ 90,000 รายต่อปี ขณะที่มีผู้ป่วยเข้าระบบรักษาเพียง 58,000 ราย ทั้งนี้คนเกือบทั้งหมดมีเชื้อวัณโรคในตัวแต่อาจไม่แสดงอาการเมื่อ ร่างกายแข็งแรง และอาจมีอาการเมื่อร่างกายอ่อนแอลง ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนสังเกตตัวเองหากมีอาการไอเรื้อรังนานกว่า 2 สัปดาห์ หรือมักมีอาการไข้ขึ้นในช่วงบ่ายถึงเย็น และมีเหงื่อออกมาในช่วงกลางคืน เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ขอให้สงสัยว่าป่วยเป็นวัณโรคควรรีบพบแพทย์เพื่อรับยารักษาทันที
นพ. ศรายุธ อุตตมางคพงศ์ ผู้อํานวยการสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี กล่าวถึงการควบคุมวัณโรคในเขตรับผิดชอบว่า จังหวัดศรีสะเกษยังเป็นจังหวัดที่น่าเป็นห่วง เพราะมีอัตราการป่วยของประชาชนเป็นอันดับหนึ่งของเขตอีสานใต้ซึ่งมีผู้ป่วยแล้ว 400 ราย นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 4 มีนาคม 2555 และกลุ่มอาชีพเกษตรกรมีอัตราการป่วยมากที่สุด

ผู้อํานวยการสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 กล่าวว่า ถ้าผู้ป่วยกินยาแบบกินๆหยุด จะทําให้เชื้อพัฒนาตัวเองให้ดื้อยา จนรักษาด้วยยาตัวเดิมไม่ได้ ต้องให้ยาตัวใหม่ที่มีฤทธิ์มากขึ้น รวมทั้งต้องขยายเวลาการรักษานานกว่าปกติ และหากยังไม่กินยาให้ต่อเนื่องอีกเชื้อวัณโรคจะดื้อยาทุกชนิด ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และในกรณีนี้จะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 85 ปัจจุบันอาการดื้อยากำลังกลายปัญหาสําคัญในการรักษาผู้ป่วยวัณโรค เพราะผู้ป่วยไม่ยอมกินยาครบตามกำหนดแพทย์สั่ง ผู้ป่วยส่วนมากจะหยุดกินยาหลังกินได้ 1-2 เดือน เพราะเข้าใจว่าอาการป่วยดีขึ้น จึงคิดว่าหายขาดแล้ว

สำหรับกลุ่มเสี่ยงมีโอกาสติดเชื้อวัณโรคได้ง่ายคือ เด็ก คนชรา ผู้ติดเชื้อเอดส์ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไต ผู้ติดสารเสพติด หรือดื่มเหล้าจัด รวมทั้งผู้ที่ขาดสารอาหาร และมีสุขภาพร่างกายอ่อนแอ เพราะบุคคลเหล่านี้ มีภูมิต้านทานต่ำกว่าคนปกติทั่วไป วิธีป้องกันที่ดีที่สุดอยู่ที่ตัวผู้ป่วย โดยต้องกินยาที่แพทย์จ่ายให้จนครบทุกวัน เพื่อไม่ไปแพร่เชื้อให้คนอื่น พร้อมทั้งใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบจับของใช้ร่วมกับคนอื่นด้วย

กรมควบคุมโรค โดย สคร.7 ห่วงใย อยากเห็นคนไทยสุขภาพดี

 ศุภวัจน์ ศรีสูงเนิน / ข่าว

ศิริวรรณ ชุมนุม ตรวจ/อนุมัติ