หวั่นอาเซียนพัง ประชาชนต้องรวมตัวกำหนดอนาคตตนเอง

 

 

15 มกราคม 2555 โรงละคร อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรม(กาญจนาภิเษก) มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี : โครงการจัดตั้งสถาบันอาเซียนศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้จัดสัมมนา “อนาคตอาเซียนและไทยใครกำหนด” โดยมีนายสุทธิพงษ์ ปรัชญพฤทธิ์ พูดประเด็น “วิกฤติเศรษฐกิจโลกและผลกระทบ” ,คุณกษิดิศ มั่นปฐพี ประเด็น “โลกาภิวัตน์และผลกระทบต่ออาเซียนและประเทศไทย”

และ ดร.วีรพันธุ์ พรหมมนตรี ประเด็น “บทบาทของ Micro Finance ในการพัฒนา” องค์กรชุมชน

ดำเนินรายการโดย นายสุชัย เจริญมุขยนันท ผู้อำนวยการสื่อสร้างสุขอุบลราชธานี

 

นายสุทธิพงษ์ ปรัชญพฤทธิ์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านการธนาคารและสถาบันการเงินในตลาดเงิน วุฒิสภา กล่าวว่า ความน่าห่วงของอาเซียนคือดำเนินรอยตามตะวันตกแล้วก็พัง นั่นคือมุ่งความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ใช้เงินสดเจริญช้าไม่ทันทันใจก็มีการระดมทุนมาส่งเสริมให้กู้เงิน ตลาดเงินตลาดหุ้นกลายเป็นเครื่องมือเพื่อเอารัดเอาเปรียบคน รวยกระจุก จนกระจาย ฝรั่งเน้น Paper Trade คือทำมาหากินบนกระดาษ อาเซียนต้องหันมาเน้น Real Trade การผลิตที่มีผลผลิตจริง พูดง่าย ๆ คือ เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาคือของจริง

 

นายกษิดิษ มั่นปฐพี วิศวกรชาวไทยที่ไปอยู่ประเทศอเมริกากล่าวว่า  “โลกาภิวัฒน์ทำให้การเอาเปรียบไร้พรมแดน ทันสมัยแต่ไม่พัฒนา ถ้าอาเซียมทำตามฝรั่ง เอาภูผาเหล็กกล้าแต่ไม่พัฒนาคนไปไม่รอด ทุกวันนี้เขาไม่ได้เอาปืนมายิงเราเหมือนสมัยก่อนแต่เอาเงินเอาสติปัญญามายิง ถ้าอาเซียนหลงตามก็พังเหมือนที่เห็น ๆ กัน ต้องกลับมาหาชุมชนเกษตร เทคโนโลยีที่เหมาะสม ประชาคมยุโรปก็มีบทเรียนอันเลวร้ายและเจ็บปวดมาแล้ว เราจะเดินรอยเดิมกับเขาหรือ? ภาคประชาชนอาเซียนต้องรวมตัว เหมือนที่เราเริ่มต้นในวันนี้ กำหนดชะตาอาเซียนด้วยพวกเรากันเอง ไม่ใช่ให้ข้างบนมากำหนดแล้วทำตาม บทสรุปคือเราต้องตุ้มโฮมฮักแพงแบ่งปันสรรสร้าง”

 

 

ดร.วีระพันธ์ พรหมมนตรี ที่ปรึกษา ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน อาหาร พลังงาน และเกษตรกรรม จำกัด กล่าวว่า คนเชื่อว่าเรียนรู้จากตำราแล้วตัวเองฉลาดกว่าบรรพบุรุษ คนนั้นคิดผิด ความรู้จากตำราอาจแก้ปัญหาบางอย่างแต่ทำให้่เกิดปัญหาอย่างมหาศาลได้  ภูมิปัญญาชุมชน คือกุญแจในการแก้ปัญหา อาเซียนต้องระวังเรื่องจัดการการเงินหากหลงรวมเป็นทุนใหญ่ กลุ่มทุนที่มีเงินก็จะชอบและสนับสนุนในที่สุดก็เป็นหนี้ ถูกทุบหุ้น ปั่นหุ้นไปไม่รอด การจัดการการเงินโดยชุมชนคือทางออกที่ดีที่สุด