EMS การแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ 7 – 9 มีนาคม 2555

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 เป็นหน่วยรับผิดชอบการบริหารจัดการ การประสานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินร่วมกัน อันจะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีคุณภาพมาตรฐานโดยได้รับการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์มากขึ้น ทั้งนี้สถาบันได้กำหนดจัดประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการพัฒนาความรู้ทางการแพทย์ฉุกเฉิน และเป็นเวทีระดับชาติที่เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติการทุกระดับในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ผู้บริหาร และเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็น เป็นเวทีประกวดผลงานวิชาการและเผยแพร่ผลงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินดีเด่นประจำปี รวมทั้งเป็นเวทีมอบรางวัลแก่หน่วยงาน องค์กรที่มีผลงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป

การประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ เริ่มจัดครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2550 ที่จังหวัดขอนแก่น มีการหมุนเวียนจัดตามภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ ลำปาง สุราษฎร์ธานี ระยองและนนทบุรี การประชุมครั้งนี้จึงนับเป็นครั้งที่ 6 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กำหนดหัวข้อหลักของการประชุม คือ “การแพทย์ฉุกเฉินไทย ฝ่าภัยพิบัติ 2012” ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นได้บ่อยและทวีความรุนแรงขึ้น และกระตุ้นให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความจำเป็นของการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทยเพื่อเตรียมพร้อมเผชิญกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในปี 2555 ประเทศไทยประสบวิกฤติการณ์มหาอุทกภัยที่มีความรุนแรงและขยายวงกว้างในพื้นที่ทั่วทุกภาค รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการเผชิญวิกฤตรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา สร้างความเสียหายที่ประมาณค่าไม่ได้ ทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน ตลอดจนระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ ทั้งนี้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้ประสานและเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดมหาอุทกภัย โดยประสานขอใช้พื้นที่บริษัทการท่าอากาศยานดอนเมือง บริเวณฝ่ายดับเพลิงในการเตรียมการก่อนเกิดเหตุการณ์ ราว 3 เดือน ทำให้สถาบันฯ และเครือข่ายมีความพร้อมในการช่วยเหลือด้านการแพทย์ฉุกเฉินสามารถช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้รวดเร็วและทันการณ์ ต้องขอถือโอกาสขอบคุณเครือข่ายต่างๆ ที่ร่วมช่วยเหลือประชาชน มา ณ โอกาสนี้ด้วย

ตลอดระยะเวลาเกือบสี่ปีที่ผ่านมา ระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทยได้รับการพัฒนาหลายประการ ท่ามกลางวิกฤติทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงสภาวะโลก ได้มีการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติระดับชาติและสาธารณภัยต่างๆ ทั้งการพัฒนาระบบปฏิบัติการฉุกเฉินทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ให้มีมาตรฐานดีขึ้น ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามก้าวต่อไปของระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่าย ร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในการพัฒนาและปรับปรุงระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทยให้เทียบเท่าระดับสากลและขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณสำหรับทุกความร่วมมือ ทุกการสนับสนุนด้วยดีในช่วงที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นองค์การภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายต่างๆ รวมทั้งประชาชน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนเป็นอย่างดีเช่นนี้ต่อไป

ในโอกาสนี้ ผมในฐานะผู้จัดประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ ครั้งนี้ ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน และคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงานเตรียมการจัดประชุมวิชาการฯ ที่ได้ให้ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ เสียสละเวลาในการเตรียมงานประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ ประจำปี 2555 ครั้งที่ 6 “การแพทย์ฉุกเฉินไทย ฝ่าภัยพิบัติ 2012” ในระหว่าง วันที่ 7-9 มีนาคม 2555 ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ แอน คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดอุบลราชธานี ให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเด็น เนื้อหาวิชาการและองค์ความรู้ที่ได้จากการประชุมในคราวนี้จะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉิน รวมทั้งการรับมือกับภาวะภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้เป็นอย่างดี