นพค.56 อุบลฯส่งเสริมชาวบ้านปลูกกุยช่ายขาวขายสร้างรายได้หน้าแล้ง

หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 จังหวัดอุบลราชธานี ส่งเสริมอาชีพการปลูกผักกุยช่ายขาว เป็นอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านในช่วงหน้าแล้ง อีกทั้งยังเป็นการ เพิ่มมูลค่าผักกุยช่ายเขียวจากราคากิโลกรัมละ 10-15 บาท เป็นกุช่ายขาวกิโลกรัมละ 200 บาท

เจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ในช่วงนี้ได้ส่งเสริมชาวบ้านปลูกกุยช่ายขาวเป็นอาชีพเสริมในช่วงหน้าแล้งเพื่อให้ชาวบ้านได้มีอาชีพเสริมและสร้างรายได้หลังการทำนา มีชาวบ้านที่จังหวัดอุบลราชธานีให้ความสนใจเดินทางไปศึกษาวิธีการปลูกกุยช่ายขาวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกุยช่ายเป็นพืชผักที่ชาวบ้านปลูกไว้กินตามบ้านเรือนซึ่งส่วนใหญ่ปลูกตามธรรมชาติจะเป็นผักกุยชายที่มีสีเขียว หากนำไปขายจะขายได้เพียงกิโลกรัมละ 10-15 บาทเท่านั้น ทางพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 จังหวัดอุบลราชธานี จึงมีแนวคิด เพิ่มมูลค่าทางการเกษตรให้กับชาวบ้าน โดยการพัฒนากุยช่ายเขียว ให้เปลี่ยนเป็นกุยช่ายขาว ซึ่งมีราคาขายส่งกิโลกรัมละ 200 บาท แต่หากเป็นขายตามท้องตลาดทั่วไปราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 300 บาท อีกทั้งกุยช่ายขาวก็เป็นพืชผักที่ต้องการของตลาด

จ่าสิบเอกบรรภพ บุญสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุดส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ หน่อยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 จังหวัดอุบลราชธานี ให้ความรู้และเทคนิควิธีการปลูกผักกุยช่ายขาวในช่วงหน้าร้อนวาสการปลูกจะต้องมีเทคนิคและวิธีการดูแลเป็นพิเศษ การปลูกลงแปลงเมื่อผักกุยช่ายโต ตัดต้นกุยช่ายบริเวณโคนต้น ให้ใช้กระถางรูปทรงกระบอกคลุม หรือจะใช้กระบอกไม้ไผ่แทนก็ได้กดกระถางให้แนบกับดินอย่าให้มีอากาศเข้าไปในกระถาง และควรมุงด้วยตาข่ายพรางแสง เพื่อลดแสงแดดและลดอุณภูมิความร้อน ซึ่งจะทำให้กุยช่ายโตเร็ว รูปทรงใบสวย ไม่ควรทำกุยช่ายขาวรุ่นต่อรุ่น เพราะจะเป็นเหตุทำให้ต้นโทรมและอาจตายได้ ควรทำกุยช่ายเขียว 2 รุ่น แล้วสลับทำกุยช่ายขาว 1 รุ่น สำหรับกุยชายปลูกเพียงครั้งเดียว แต่สามารถเก็บขายได้นานถึง 3 ปี

ด้านนางพิศสมัย ศิลาอ่อน บ้านเลขที่ 8 บ้านวารีอุดม ตำบลท่าโพธิ์ศรี อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ชาวบ้านซึ่งเดินทางมาเรียนรู้วิธีการปลูกกุยช่าย กล่าวว่า หลังจากได้ความรู้แล้ว ตนจะนำไปปลูกเพื่อกินในครอบครัวก่อน และหากประสบความสำเร็จในอนาคตอาจจะปลูกเพื่อขายก็ได้

ข้อมูล , ภาพ : 77 NATION