เสียงประชาชนภาคอีสานตอนล่าง สะท้อนเพิ่มพื้นที่ให้ชาวบ้านสะท้อนความเห็นต่อการปฏิรูปประเทศที่ไม่ถูกจำกัดเฉพาะในสภา

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2557 องค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคม ภาควิชาการกว่า 30 องค์กร ได้ร่วมจัดเวที 4 ภาค เสียงประชาชนที่ต้องฟังก่อนการปฏิรูป ซึ่งสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสร่วมกับเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน สถาบันวิชาการและภาคธุรกิจ จัดขึ้นที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี โดยองค์กรเครือข่ายที่ร่วมจัดงานระบุว่า ต้องการสะท้อนเสียงของชาวบ้าน และเพิ่มพื้นที่ความเห็นเรื่องการปฏิรูปที่ไม่ถูกจำกัดเฉพาะในสภา

ซึ่งการจัดเสวนาในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ทางเลือกให้กับประชาชน ได้มีส่วนร่วมกับกระบวนการปฎิรูปประเทศ คู่ขนานไปกับกลไกปฎิรูปของภาครัฐ

มีการแบ่งกลุ่มภาคประชาชน ที่ขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ ใน 8 ประเด็น คือ ประเด็นปฎิรูปการเมือง การศึกษา เกษตรกรรม ที่ดิน เขื่อน พลังงาน การปฎิรูปเศรษฐกิจ  และกระบวนการยุติธรรม

หลังจากมีการแบ่งกลุ่มย่อยระดมปัญหา ตัวแทนแต่ละกลุ่มก็ออกมานำเสนอ โดยจันทร์นภา คืนดี ตัวแทนสมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูล กล่าวว่า เรื่องการปฏฺิรูปประเด็นต่างๆมีกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ในส่วนของรัฐที่ทำอยู่แล้วมีช่องว่างระหว่างพื้นที่กับกลุ่มคนที่ไปทำกระบวนการปฏิรูป เวทีเสนอความเห็นเช่นนี้จะทำให้เห็นรายละเอียดต่างๆที่นโยบายระดับบนมองไม่เห็น ประชาชนจะได้สะท้อนขึ้นไป

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้าฯ เปิดเผยว่า การที่จะเปิดเวทีรับฟังประชาชน ซึ่งเชื่อแน่ว่าต่อไปต้องมีการทำอย่างต่อเนื่อง เพราะจะมีสภาปฎิรูป คือรับฟังจากประชาชนมาว่าอยากจะเห็นภาพอนาคตยังไง ต่างจากการเปิดเวทีที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองต่อบทบาทรัฐบาล บทบาทคสช. เป็นคนละเรื่องกัน เพราะวันนี้ต้องก้าวข้ามผ่านตรงนั้นไปแล้ว

ด้านนายนิกร วีสเพ็ญ ทนายความ บอกว่า ถ้าหากทุกคนคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของตนเอง ช่วยกันแก้ปัญหา ทำในจุดที่ตนเองอยู่ให้ดี ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง เปิดเวทีแลกเปลี่ยน มีพื้นที่ให้กันและกัน ทุกฝ่ายเปิดหูเปิดปาก รับฟังซึ่งกันและกัน นอกจากนั้น ดุลอำนาจก็เป็นตัวแปรที่สำคัญ จะหากลไกอะไรมาออกแบบร่วมกัน ให้ปรากฎในรัฐธรรมนูญ

ซึ่งผู้ที่มาร่วมงานบอกว่า การเปิดเวทีเพื่อให้ภาคประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ถือว่ามีความสำคัญต่อแนวทางการปฎิรูปประเทศ เพราะการปฎิรูปไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม และมองว่าการปฎิรูปของรัฐยังมีช่องว่างระหว่างประชาชน หรือเจ้าของพื้นที่ได้นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหา ซึ่งการมีเวทีการแสดงความคิดเห็นประชาชน จึงเป็นโอกาสที่คนในพื้นที่จะได้สะท้อนปัญหาของตนเอง

สำหรับการจัดเวทีในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเปิดพื้นที่เพื่อนำเสนอปัญหาของภาคประชาชน ซึ่งที่ผ่านมานโยบายของรัฐยังไม่มีช่องว่างให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของตนเอง โดยข้อสรุปจากเวทีครั้งนี้จะนำไปสู่การออกแบบกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและประชาชน

การพูดคุยในครั้งนี้ จะมีการสรุปและเสนอประเด็นแลกเปลี่ยน เพื่อร่วมกันกำหนดกลไกที่จะนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการปฎิรูปประเทศ ซึ่งมีช่องทางที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปฎิรูปผ่านสปช. หรือจะเป็นการผลักดันสู่สาธารณะด้วยกลไลของประชาชนเอง

ทั้งนี้เวที “เสียงประชาชนที่ต้องฟังก่อนปฏิรูป” จะมีการจัดขึ้นใน 4 ภูมิภาค โดยที่ จ.อุบลราชธานีเป็นพื้นที่แรก ครั้งต่อไปจัดที่ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 27 กันยายนนี้

 

ข่าว ภาพ : ศิริวรรณ วงศ์ทวี