ทายาท “เรืองกาญจนเศรษฐ์” ยื่นเอกสารครอบครองที่ดินให้หน่วยงานรัฐแล้ว

อุบลราชธานี-นายแพทย์ลูกชาย “นายประสาน เรืองกาญจนเศรษฐ์” ผู้ครอบครองที่ดินกว่า 1,400 ไร่ ซึ่งชาวบ้านร้องเรียนเป็นที่สาธารณะบุ่งสะพัง อ.เมืองอุบลราชธานี หอบเอกสารการได้ที่ดินมาอย่างถูกต้องชี้แจงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ขณะชุดสอบสวนของตำรวจกองบังคับการจังหวัดอุบลราชธานี สอบพยานที่เป็นชาวบ้านมีความเห็นเชื่อเป็นที่ดินสาธารณะจริง เตรียมเสนอจังหวัด และกองทัพสั่งดำเนินคดีผู้ครอบครอง

จากกรณีจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งคณะกรรมการติดตามเอาที่ดินสาธารณะบุ่งสะพัง ตั้งอยู่ตำบลกุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี ซึ่งชาวบ้านร้องเรียนไปยัง คสช.มีกลุ่มนายุทนเข้าบุกรุกถือครองเมื่อกว่า 20 ปีผ่านมา และได้ทำการออกเป็นโฉนดเมื่อปี 2551 จำนวนกว่า 1,400 ไร่ กลับมาเป็นของหลวงนั้น

วันนี้ (10 ก.ย.) พ.อ.นายแพทย์ประเจตฎ์ เรืองกาญจนเศรษฐ์ บุตรชาย นายประสาน เรืองกาญจนเศรษฐ์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุบลราชธานี ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าว ได้นำเอกสารการครอบครองที่ดินเข้าชี้แจง และมอบให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดอุบลราชธานี โดยหลบเลี่ยงไม่พบกับผู้สื่อข่าวจำนวนหนึ่งที่ดักรออยู่หน้าห้องที่ทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัด

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถาม พ.อ.นายแพทย์ประเจตฎ์ ระบุว่า ได้มอบเอกสารการครอบครองที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการให้แก่ทีมงานสืบสวนติดตามเรื่องนี้แล้ว และจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในบ่ายวันเดียวกัน และไม่ประสงค์จะพบกับผู้สื่อข่าว เพราะได้ชี้แจงต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับที่ดินทั้งหมดแล้ว

“ที่ดินดังกล่าวบิดาได้ซื้อต่อมาจากปู่ย่าตายายของชาวบ้านที่มาร้องเรียน แต่ก่อนยังไม่มีถนนตัดผ่าน ไม่เห็นชาวบ้านว่าอย่างไร แต่พอมีถนนก็จึงมาร้องเรียนเอาที่ดินคืน” พ.อ.นายแพทย์ประเจตฎ์ กล่าว

ต่อมา ช่วงบ่าย พ.ต.อ.สมพจน์ ขอมปรางค์ รอง ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี หัวหน้าชุดสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานการเข้าครอบครองที่ดินสาธารณะบุ่งสะพัง นำทีมลงสอบปากคำพยานที่เป็นชาวบ้านเพิ่มเติม ทำให้ปัจจุบันมีการสอบสวนชาวบ้านไปแล้วรวมเป็น 34 ปาก และให้ชาวบ้านพาไปชี้จุดที่ชาวบ้านระบุเคยเข้าไปใช้ประโยชน์ในอดีต ก่อนถูกกลุ่มนายทุนเข้ายึดครอง

ในขั้นตอนการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนเชื่อว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันมาก่อนจริง ขั้นตอนต่อไปฝ่ายพนักงานสอบสวนจะสรุปผลส่งให้ทางจังหวัด แจ้งให้นายอำเภอเมืองอุบลราชธานี หรือผู้แทนของจังหวัดเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีต่อผู้ครอบครองที่ดินทั้งหมดฐานบุกรุกที่ดินของหลวง

พร้อมส่งสำนวนการสอบสวนให้ฝ่ายกฎหมายกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนมารับทราบ เพื่อให้กองทัพสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

 

ทีมา ข่าว ภาพ : ASTV