ชาวบ้านริมแม่น้ำมูลชำแหละเกษตรฯออกประกาศฆ่าชาวประมง

ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพตามริมแม่น้ำมูลใน อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี ร่วมเวทีระดมความเห็นพร้อมชำแหละประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ห้ามใช้อวนจับปลาทุกพื้นที่เท่ากับตัดแขนตัดขาและฆ่าชาวประมงริมแม่น้ำทั่วประเทศ

รายการร่วมทุกข์ร่วมสุข โดย สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี เพื่อโครงการสะพานจากการสนับสนุนของ USAID ได้จัดเวทีระดมความเห็นประเด็น “ผ่าทางตันประมงบ้านบัวท่า” สืบเนื่องมาจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกประกาศห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงประเภทอวนล้อมจับทุกขนาดทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำประเภทที่สาธารณะประโยชน์ตามแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ ลำน้ำสาขา หรือในที่สาธารณประโยชน์ในน่านน้ำจืดทุกแห่งทั่วราชอาณาจักร (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่หลังวันประกาศภายใน 30 วัน ประกาศ ณ วันที่ 6 พ.ค.2554) ทำให้ชาวบ้านบัวท่า อ.สว่างวีระวงศ์ ที่ประกอบอาชีพประมงริมแม่น้ำมูลได้รับผลกระทบ ไม่สามารถประกอบอาชีพที่ดำเนินมาตลอดชีวิต การเสวนาครั้งนี้ดำเนินรายการโดยนายสุชัย เจริญมุขยนันทและ น.ส.ชนินทร์ญา คำดี โดยเชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฏหมายกับชาวบ้านบัวท่ามาหาทางออกของปัญหาร่วมกัน ซึ่งใช้เวลาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานราชการกว่า 1 ชั่วโมง

นายสกุลเทพ หยาดทองคำ สมา อบต.ท่าช้าง ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบอาชีพประมงริมแม่น้ำมูลกล่าวว่า ชาวบ้านบัวท่าและอีกหลายหมู่บ้านที่ตั้งริมตามริมแม่น้ำมูล ต้องอาศัยการจับปลาในแม่น้ำ เพื่อการยังชีพและสร้างรายได้ให้ครอบครัว เพราะชาวบ้านหลายครอบครัวไม่มีพื้นที่ใช้เพาะปลูก การดำเนินชีวิตที่ผ่านมาหลายร้อยปี จึงหากินอยู่กับแม่น้ำสายนี้ การห้ามชาวบ้านที่เป็นชาวประมงริมแม่น้ำใช้อวนลากจับปลา เท่ากับเป็นการฆ่าชาวบ้านทางอ้อม เฉพาะบ้านบัวท่าเพียงหมู่บ้านเดียว

มีการทำประมงอวนลากอยู่ 36 ครอบครัว แต่ละครอบครัวต้องมีภาระดูแลลูกหลานพ่อแม่อีกหลายชีวิต การออกประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครั้งนี้ เบื้องต้นได้ตัดแขนตัดขาชาวบ้านไปแล้วครึ่งหนึ่ง จึงเสนอให้หน่วยงานรัฐศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมกับตั้งชาวบ้านเป็นตัวแทนเข้าไปร่วมพิจารณาแก้ไขการออกประกาศ

“เพราะชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมงทราบปัญหาดี และการกล่าวว่าการใช้อวนจะจับสัตว์น้ำทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ไปหมดทั้งแม่น้ำก็ไม่เป็นความจริง ตรงกันข้ามชาวบ้านที่ทำประมงได้กำหนดเขตอนุรักษ์ห้ามจับสัตว์น้ำในเขอนุรักษ์อย่างเด็ดขาด และในฤดูวางไข่นาน 4 เดือน ก็จะไม่มีการทำประมง เพื่อรอให้แม่น้ำได้ฟื้นฟู นอกจากนั้น ชาวบ้านบัวท่าเป็นชาวคริสต์ วันอาทิตย์ก็หยุดจับปลาเพื่อเข้าโบสต์ แต่ปัญหาที่แม่น้ำมีปลาลดลงต้องพูดถึงการมีเขื่อนปากมูลด้วย”

ด้านนายนิกร วีสเพ็ญ ตัวแทนภาคประชาสังคม จ.อุบลราชธานี กล่าวถึงการออกประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเหมือนการให้ยาแอสไพรินให้ชาวบ้านกินครอบคลุมไปทุกหมู่บ้านทั่วทั้งประเทศโดยไม่รู้ปัญหาที่แท้จริงของชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านว่าเป็นอย่างไร ทั้งที่อีกนโยบายหนึ่งของรัฐก็บอกว่าต้องสนับสนุนให้ชาวบ้านมีรายได้จากการทำกินในการประกอบอาชีพ

รัฐเองก็ยังไม่รู้ว่าการใช้อวนลากชาวบ้านได้จับปลาเล็กปลาน้อยไปจากแม่น้ำทั้งหมดจริงหรือไม่ จึงทำให้เกิดความเดือดร้อนในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพประมงริมแม่น้ำ ซึ่งรัฐต้องรีบเข้ามาแก้ปัญหาการออกประกาศที่ไม่รู้จริงฉบับนี้ให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวบ้านที่อาศัยหากินอยู่กับแม่น้ำทั้งประเทศด้วย

ส่วนนายกิตติพงษ์ ลีลาศสง่างาม ประมงอำเภอวารินชำราบกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติไม่สามารถอนุโลมให้มีการใช้อวนจับปลาได้ตามประกาศของกระทรวงการแก้ปัญหาคือต้องทำเรื่องเสนอไปยังระดับกระทรวง และรู้สึกเห็นใจชาวบ้านที่ทำอาชีพประมงริมแม่น้ำที่ปรับตัวไม่ทันกับประกาศที่ออกมาด้วย

สำหรับเวทีการระดมความเห็นผ่าทางตันประมงบ้านบัวท่า ได้บันทึกเทปโทรทัศน์แล้วจะนำออกอากาศทางโสภณเคเบิ้ลทีวี จ.อุบลราชธานี

วันอังคารที่ 14 กพ. 2555 เวลา 23.00-24.00 น.

วันศุกร์ที่ 17 กพ. 2555 เวลา 16.00-17.00 น.

วันเสาร์ที่ 18 กพ. 2555 เวลา 18.00-19.00 น.

สถานีวิทยุ Cleanradio FM. 92.5 MHz จ.อุบลราชธานี วันอาทิตย์ เวลา 16.00-17.00 น.

และชมผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ที่ : http://www.sangsook.net/?p=1369

ตัวอย่างรายการ : http://www.sangsook.net/?p=1363

สื่อมวลชนใดต้องการนำรายการเปิดออกอากาศทางทีวีดาวเทียมหรือเคเบิ้ลทีวี ติดต่อได้ที่ 081 8786440

ติดตามความเคลื่อนไหวรายการ ร่วมทุกข์ร่วมสุข ผ่าน FB : ร่วมทุกข์ร่วมสุข

Twitter : lifesharedthai

[nggallery id=163]