กรรมการสมัชชาปฏิรูปเร่งร่าง พ.ร.บ. การเข้าชื่อเสนอกฎหมายของภาคประชาชน

นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กรรมการสมัชชาปฏิรูป ขอให้รัฐสภาเร่งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การเข้าชื่อเสนอกฎหมายของภาคประชาชน ที่กลุ่มตัวแทนภาคประชาชน 2 กลุ่มคือ สถาบันพระปกเกล้าและมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ได้ยื่นเสนอเพราะต้องรอการพิจารณาของสภามาเกือบสองปีแล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถพิจารณาร่างได้เพราะ ส.ส. เข้าประชุมน้อยจึงไม่ครบองค์ประชุม นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กล่าวต่อไปว่า ในปลายเดือนมีนาคมนี้จะมีการจัดประชุมสมัชชาปฏิรูประดับชาติ จะมีการเสนอรายงานการศึกษายืนยันการมีอยู่ของสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชนตามมาตรา 87 มาตรา 163 มาตรา 164 และ 165 เพื่อกระตุ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สนับสนุนภาคประชาชนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต่อไป

ดร.ภูมิ มูลศิลป์ นักวิชาการผู้ยกร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ร่วมกับภาคประชาชน ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ผ่านการระดมความคิดเห็น ก่อนการร่วมลงชื่อของประชาชนกว่าหมื่นราย และมีการนำเสนอต่อรัฐสภา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2553 โดยร่างนี้เน้นให้กระบวนการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ของภาคประชาชนสามารถดำเนินการได้ง่าย รวดเร็ว ประหยัด เห็นผลเป็นรูปธรรมได้มากขึ้น เพราะกำหนดให้รวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหนึ่งจำนวนหนึ่งหมื่นรายชื่อ และใช้หลักฐานเพียงเลขประจำตัวประชาชน รวมถึงกำหนดให้มีหน่วยงานของรัฐทำหน้าที่ช่วยเหลือสนับสนุนการยกร่างกฎหมายและงบประมาณ ทั้งการประชาสัมพันธ์ร่างกฎหมายของภาคประชาชนด้วย

“ผ่านมา 2 รัฐบาลและ 2 สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ร่างพรบ.เข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ…….ของ ภาคประชาชน ก็ยังไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งที่กฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญต่อภาคประชาชนมาก เพราะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนใช้สิทธิการมีส่วนร่วมในทางการเมือง สร้างสำนึกในความเป็นประชาธิปไตย และความรู้ ความเข้าใจ ในร่างกฎหมายที่ตนสนับสนุน อันจะทำให้ประชาชนมีความเคารพต่อกฎหมายมากขึ้น”

“การให้ประชาชนร่วมลงชื่อเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภา เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 163 ที่ปรับขั้นตอนกระบวนการเสนอกฎหมายของภาคประชาชนให้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น จาก พ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. 2542 ที่เป็นกฎหมายลูกของมาตรา 170 ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ซึ่งกำหนดให้ใช้ห้าหมื่นรายชื่อ พร้อมหลักฐาน คือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นที่ราชการออกให้ และ สำเนาทะเบียนบ้าน เงื่อนไขดังกล่าว ทำให้การการ ใช้สิทธิและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเสนอกฎหมาย ยุ่งยาก สร้างอุปสรรคในการใช้สิทธิ ตามความเป็นจริง” ดร.ภูมิ มูลศิลป์ กล่าวสรุป

สุพรรณี  สุวรรณศรี
แผนงานสื่อสารสังคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ  สำนักงานปฏิรูป(สปร.)