อุบลฯระดมความเห็น “ท้อง แท้ง ทิ้ง” เสนอรัฐบาลชูเป็นวาระแห่งชาติเหมือนแก้ยาเสพติด

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ร่วมสมาคม ชมรม ตั้งวงถกทางออกเพศสัมพันธ์วัยเรียนพบปัจจุบันอายุ 11 ปีก็เป็นแม่แล้ว เสนอแก้เป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลต้องเดินหน้ารณรงค์จริงจัง หมือนการปราบปรามยาเสพติด

ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี ร่วมกับผู้แทนสมาคมเวิดล์คาร์พ ประเทศไทย ชมรมเพียวเลิฟประเทศไทย สหพันธ์ครอบครัวและความสามัคคี เพื่อสันติภาพโลกและตัวแทนเยาวชนจากหลายสถาบันการศึกษาในจังหวัดจัดเสวนาผ่าทางตันปัญหาเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน “ท้อง แท้ง ทิ้ง” มีนายสุชัย เจริญมุขยนันท และ น.ส.ชนินทร์ญา คำดี เป็นผู้ดำเนินรายการ

โดยการเสวนามีการนำเสนอปัญหาของวัยรุ่นวัยเรียน ที่หมกมุ่นในการมีความรักระหว่างเรียนและนำไปสู่การอยู่กับเป็นคู่ๆ บางคู่หลังจบการศึกษาเลิกร้างกันไป บางคู่ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ สร้างปัญหาในการเรียน ต้องหยุดเรียนกลางคัน

บางคู่เมื่อฝ่ายหญิงท้องจะถูกฝ่ายชายทอดทิ้งให้แก้ปัญหาเพียงลำพังนำมาสู่การทำแท้งและนำไปสู่การเสียชีวิตของเด็กทารกในครรภ์หรือบางรายปัญหารุนแรงนำไปสู่การเสียชีวิตของแม่ที่ตั้งครรภ์แล้วทำแท้ง

ส่วนทางแก้การเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยในการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธุ์ พร้อมทั้งแจกอุปกรณ์ป้องกันการตั้งท้องและการติดเชื้อโรค ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และมีผู้ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าการแจกอุปกรณ์ป้องกันการตั้งท้อง เป็นการสนับสนุนให้เยาวชนวัยเรียนมีเพศสัมพันธ์ เพราะราชการไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร จึงให้อุปกรณ์สนับสนุนไปเลย

ตรงกันข้ามกลุ่มที่เห็นด้วยเสนอว่าต้องรณรงค์ให้เยาวชนมีสติ รู้จักผิดถูกชั่วดี รู้จักการปฏิเสธ จะนำมาสู่การแก้ปัญหาท้อง แท้ง ทิ้ง ได้อย่างถูกจุด โดยยึดหลักขนบธรรมเนียมประเพณี ไม่คิดว่าการไม่มีแฟนระหว่างเรียนเป็นคนไม่ทันสมัย หรือรู้จักหาข้ออ้างเอาตัวรอด เมื่อถูกชวนไปอยู่ในสถานที่ลับตาคน ซึ่งมีโอกาสให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์ต้องไม่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรเด็ดขาด

เพราะเมื่อเกิดการตั้งครรภ์ทำให้ทั้งฝ่ายหญิงและชายสูญเสียอิสระภาพ สูญเสียความเป็นตนเอง เพราะต้องทุ่มเทเวลาให้กับการตั้งครรภ์และเลี้ยงดูลูก

โดยปัจจุบันพบเยาวชนหญิงที่ตั้งครรภ์มีอายุอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยต่ำลงเรื่อยๆ ล่าสุดที่พบในจังหวัดคือ 11 ปีและหากการมีลูกในวัยเรียน ครอบครัวยอมรับได้ ก็จะยืนอยู่ในสังคมได้ แต่หากไม่ได้การยอมรับจะนำปัญหาอื่นตามมาอีกมากมาย

สุดท้ายจะทำให้เสียอนาคตทั้งการเรียนการดำเนินชีวิต ในอนาคตจึงมีผู้เสนอให้นำเรื่องการมีเพศสัมพันธ์และอยู่กันเป็นคู่ ๆ ในวัยเรียนเป็นวาระแห่งชาติ ให้รัฐบาลเข้ามารณรงค์แก้ปัญหา เหมือนการรณรงค์ปราบปรามยาเสพติด ไม่ปล่อยให้คนในสังคมดำเนินชีวิตอย่างปัจจุบัน เพราะจะกลายเป็นปัญหาสังคมที่แก้ยากต่อไปในอนาคต

ข้อมูล / ภาพ : ASTV