ชาวสวนยางอีสานหวังรัฐอัดเงินอุดหนุน ย้ำยังไม่ร่วมประท้วงกับชาวสวนยางภาคใต้

อุบลราชธานี – ชาวสวนยางภาคอีสาน พอใจราคายาง ยังไม่เคลื่อนไหวใน 14 ก.ย. แต่จับตาดูเงินกองทุน 5,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลรับปากจะให้พัฒนายกคุณภาพการผลิต แนะนักการเมืองลดความสุขส่วนตัว ใช้ยางพาราในประเทศในอุตสาหกรรมแทนสั่งซื้อยางต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาราคาตกต่ำระยะยาว

วันนี้(9 ก.ย.)นายอดุลย์ โคตรพันธ์ รองประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรด้านยางพาราครบวงจรภาคอีสาน และประธานเครือข่ายชาวสวนยางพารา จ.อุบลราชธานี กล่าวถึงมติของชาวสวนยางภาคใต้ ที่ประกาศเคลื่อนไหวอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ันยายน หากรัฐบาลไม่รับซื้อยางพาราในราคาที่ชาวสวนยางเรียกร้องว่า รู้สึกเห็นใจชาวสวนยางภาคใต้ ที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าภาคอีสานและภาคเหนือ จึงจำเป็นต้องเรียกร้องให้รัฐรับซื้อในราคาที่คุ้มค่ากับที่ลงทุนไป

สำหรับชาวสวนยางภาคอีสานที่เป็นผู้ปลูกยางรายย่อย และมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า มองว่าราคาที่รัฐบาลประกันให้กิโลกรัมละ 90 บาท ใกล้กับราคาที่เรียกร้องไปเมื่อเดือนมิถุนายน ที่กิโลกรัมละ 92 บาท จึงมีมติยังไม่เข้าร่วมเคลื่อนไหว แต่จะจับตากรณีเงินอุดหนุน 5,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลรับปากจัดสรรมาให้ตั้งเป็นกองทุนพัฒนาสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพารา ทั้งเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรใช้ลงทุน และสร้างโรงงานแปรรูปยางพารา ซึ่งทราบว่าเงินอุดหนุนนี้ รัฐบาลได้เสนอผ่านคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ(กนย.)แล้ว

ทั้งนี้ การที่รัฐบาลให้เงินอุดหนุน 5,000 ล้านบาท จะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุด ทำให้ชาวสวนยางมีความเข้มแข็งขึ้น แต่หากจะแก้ปัญหายางพาราในประเทศที่สะสมมากว่า 100 ปี ต้องลดการสั่งซื้อยางสังเคราะห์จากต่างประเทศเข้ามาใช้ แล้วใช้ยางพาราที่ผลิตได้ในประเทศแทน จะเป็นการระบายผลผลิตที่ได้ในประเทศ ทำให้ราคายางพาราสูงขึ้นไปตามกลไกทางตลาด โดยรัฐบาลไม่ต้องใช้เงินภาษีของคนทั้งประเทศ มาอุดหนุนราคายางพาราที่จะตกต่ำอีกในอนาคต

“แต่คงต้องให้นักการเมืองเสียสละ โดยลดความสุขส่วนตัว หันมาให้ความสุขกับชาวบ้าน โดยประกาศเป็นนโยบาย ให้องค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่งในประเทศ ใช้ยางพราทำถนน แทนการสั่งซื้อยางสังเคราะห์จากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยระบายยางพาราที่รัฐบาลมีอยู่ในสต๊อกกว่า 2 แสนตัน ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เต็มทีด้วย”

นายอดุลย์ กล่าวว่า สำหรับข้อสงสัยที่ว่า ชาวสวนยางภาคอีสานและเหนือ ปล่อยให้ชาวสวนยางภาคใต้สู้ไปตามลำพัง แล้วคอยรับประโยชน์ด้วยนั้น ภาคเหนือและอีสานมีปัจจัยการผลิตที่ต่างกัน เมื่อรัฐบาลกำหนดราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ 80 บาท แล้วชดเชยปัจจัยการผลิตให้อีกไร่ละ 1,260 บาท ชาวสวนยางอีสานและเหนือก็อยู่ได้แล้ว

ล่าสุด ให้ราคารับซื้อถึงกิโลกรัมละ 90 บาท ชาวสวนยางทั้ง 2 ภาค จึงเปลี่ยนประเด็นมาจับตาเรื่องเงินอุดหนุนแทน

ขณะที่นางเยาวรัตน์ บุญสม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกยางพารา เพื่อรับเงินชดเชทั้ง 25 อำเภอว่า มีพื้นที่ปลูกยาง 359,902 ไร่ เปิดกรีดแล้ว 151,515 ไร่ อีก 207,542 ไร่ยังไม่ได้อายุที่จะให้น้ำยาง มีเกษตรกร 29,331 ราย แต่ขึ้นทะเบียนไว้กับกองทุนผู้ปลูกยางพาราเพียงกว่า 3,000 ราย

และตั้งแต่เปิดให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียน เบื้องต้นยังไม่มีรายงานปัญหาการดำเนินงาน สำหรับจำนวนเกษตรกรที่จะได้รับการชดเชย ยังอยู่ในขั้นตอนคัดกรอง ซึ่งสำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง จะสรุปรายงานแจ้งให้ทราบภายในวันที่ 15 กันยายนนี้

 

ที่มาข่าว , ภาพ : ASTV