พ่อหอบลูก 4 ขวบร้อง ครูประมาททำลูกเป็นเจ้าชายนิทรา

อุบลราชธานี – พ่อหอบลูกชายวัย 4 ขวบร้องให้ อบต.เจ้าของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดอุบลราชธานีเยียวยา เหตุครูประมาททำขนมอุดหลอดลมจนลูกกลายเป็นเจ้าชายนิทรา

วันนี้ (4 ก.ย.) นายวสันต์ สายสิงห์ อายุ 30 ปี ชาวบ้านหนองไฮ ต.หนองไฮ อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี ได้อุ้มน้องออโต้ ลูกชายวัย 4 ขวบซึ่งกลายเป็นเจ้าชายนิทราเพราะกินขนมเยลลี (ปีโป้) ที่ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองไฮแจกให้แล้วไปอุดหลอดลม ทำให้ขาดอากาศหายใจกลายเป็นเจ้าชายนิทรา เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อเรียกร้องให้ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือ

นายวสันต์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อเกือบเที่ยงวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา นางคำมวล ปรัสพันธ์ ครูที่ดูแลเด็กปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองไฮ ได้แจกขนมเยลลีให้น้องออโต้กินเป็นของหวานหลังกินข้าวเสร็จ ปรากฏ ว่าเมื่อน้องออโต้กินขนมเยลลีเข้าไปทั้งชิ้น ขนมได้ไหลไปอุดหลอดลมทำให้หายใจไม่ออกจนน้องออโต้หมดสติตกลงจากเก้าอี้ กว่าครูพี่เลี้ยงจะมาเห็นเวลาได้ผ่านไปนานหลายนาที

เมื่อนำตัวน้องออโต้ส่งให้แพทย์ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอปรากฏมีอาการ หนัก เพราะหัวใจหยุดเต้น ไม่หายใจ ม่านตาไม่ตอบสนองต่อแสง หลังแพทย์นำเศษขนมเยลลีออกจากลำคอ และทำการกระตุ้นหัวใจให้กลับมาทำงาน ได้ส่งตัวน้องออโต้ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ โดยต้องนอนรักษาอยู่ในห้องผู้ป่วยหนักนานเกือบ 1 เดือน

ซึ่งแพทย์ผู้รักษาระบุว่าน้องออโต้จะไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตาม ปกติเพราะสมองขาดอากาศเป็นเวลานาน และจะนอนเป็นเจ้าชายนิทราไปไม่มีกำหนด ปัจจุบันแม้น้องออโต้สามารถลืมตาได้แต่ก็มองไม่เห็น รวมทั้งร่างกายทั้งแขนและขาจะอยู่ในสภาพเกร็งไม่สามารถเหยียดหรือกำได้

นายวสันต์กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุได้สอบถามไปทางนายอนุวัฒ น์ วงศ์คำเหลา นายก อบต.หนองไฮ เพื่อให้รับผิดชอบค่ารักษา เบื้องต้นครูพี่เลี้ยง ครูผู้ช่วย และผู้จัดหาอาหารของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้มอบเงินช่วยเหลือมาแล้วเป็นจำนวน 35,000 บาท แต่ในส่วนของ อบต.หนองไฮที่เป็นเจ้าของสถานที่ยังไม่ยอมให้การช่วยเหลือ

จึงนำเรื่องฟ้องต่อศาลแขวงจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งนายวสันต์ได้เรียกร้องค่ารักษาพยาบาลบุตรชายไป 2.4 ล้านบาท และศาลได้ไกล่เกลี่ยให้ อบต.จ่ายเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 50,000 บาท และตัดสินลงโทษครูพี่เลี้ยงและผู้ช่วยครูคือ นางคำมวล ปรัสพันธ์ และ น.ส.ฤทัย คำล้วน ฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี ปรับคนละ 6,000 บาท

แต่ให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี ปรับคนละ 3,000 บาท และไม่ปรากฏเคยต้องโทษมาก่อน รวมทั้งจำเลยได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายบางส่วนแล้ว โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี พร้อมทำงานบริการสังคม

แต่ปรากฏว่าตั้งแต่ศาลแขวงจังหวัดอุบลราชธานีมีคำพิพากษาไปเมื่อวัน ที่ 22 ส.ค. อบต.หนองไฮยังไม่ยอมนำเงินจำนวน 50,000 บาทมามอบให้ เมื่อติดตามทวงถามก็ได้รับการปฏิเสธทำให้ตนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจาก ปัจจุบันต้องลาออกจากงานมาดูแลบุตรชายเพราะได้แยกทางกับภรรยา มีเพียงนางจำปีแม่ของตนดูแลเพียงคนเดียวไม่ไหว ซึ่งทุกวันนี้ตนมีค่าใช้จ่ายพาบุตรชายไปรับการรักษาจากแพทย์เดือนละประมาณ 1 หมื่นบาท จึงอยากขอร้องให้ อบต.หนองไฮมารับผิดชอบกับความประมาทของครูที่ทำงานให้ทาง อบต.ด้วย

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อนายอนุวัฒน์ทางโทรศัพท์ เพื่อสอบถามเรื่องที่ทาง อบต.ยังไม่จ่ายเงินเยียวยาให้ครอบครัวนายวสัตน์ ปรากฏว่ายังติดต่อไม่ได้

ที่มาข่าว , ภาพ : ASTV